รีวิว 5 อันดับ โซฟาไฟฟ้า ยอดนิยม อัปเดตล่าสุดปี 2026

“โซฟาไฟฟ้า” เฟอร์นิเจอร์ที่กำลังได้รับความนิยมด้วยความสะดวก ผ่อนคลาย ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตตลอดวัน แถมยังมีฟังก์ชันน่าสนใจ สีสัน ดีไซน์สวยงามให้เลือกอีกเพียบ แต่สำหรับใครยังไม่รู้ว่าจะซื้อโซฟาไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี แล้วมีข้อมูลอะไรน่าสนใจที่ควรรู้อีกบ้าง มารีวิวจัด 5 อันดับ โซฟาไฟฟ้า ยอดนิยม อัปเดตล่าสุดปี 2026 กันได้เลย!

โซฟาไฟฟ้า คืออะไร

โซฟาไฟฟ้า คือ ประเภทของโซฟาที่มีการนำระบบไฟฟ้าเข้ามาเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มความสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น มีฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ ให้สามารถทำงานได้แบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือปรับด้วยตนเอง มีทั้งแบบโซฟาเดี่ยว 1 ที่นั่ง 2 ที่นั่ง และดีไซน์อื่นตามการออกแบบ รวมถึงยังผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง เช่น หนังแท้ หนัง PU พร้อมสีสันสวยงาม

ข้อดีของการใช้งานโซฟาไฟฟ้า

1. สะดวกสบาย ผ่อนคลายได้ทุกอิริยาบถ

คุณสามารถพักผ่อนหลังจากเหนื่อยล้ามาตลอดวันด้วยการนั่งลงบนโซฟาไฟฟ้า จากนั้นสามารถปรับระดับการนอนและท่วงท่าต่าง ๆ ได้ตามชอบ ซึ่งการได้หยุดพักแบบนี้ไม่ว่าช่วงเวลาใดย่อมสร้างความผ่อนคลาย สบายกายสบายใจ เสมือนช่วยเพิ่มพลังชีวิตได้มากขึ้นกว่าเดิม

2. ฟังก์ชันจัดเต็ม ตอบโจทย์การพักผ่อน

ข้อดีสำคัญของการใช้งานโซฟาไฟฟ้าจะมีเรื่องของฟังก์ชันต่าง ๆ เข้ามาเสริมให้เกิดความแตกต่างจากโซฟาทั่วไป เช่น การใช้รีโมต หรือปุ่มปรับเอนแทนการกดคันโยก การมีระบบนวดอัตโนมัติลดความเหนื่อยล้าสะสมในแต่ละวัน ระบบปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับร่างกายและสภาพแวดล้อม ฯลฯ ใช้งานเมื่อไหร่ก็มีความสุขในการพักผ่อนอยู่ตลอด

3. ประหยัดต้นทุนในระยะยาว

หากคุณชอบการนวดตัวผ่อนคลาย การมีโซฟาไฟฟ้าเป็นของตนเองจะช่วยประหยัดต้นทุนในระยะยาวได้จริง เพราะไม่ต้องเสียเงินไปนั่งตามร้านนวด เก้าอี้นวดไฟฟ้าทั่วไป อยากผ่อนคลายเมื่อไหร่ก็สามารถนั่งบนโซฟาส่วนตัวแล้วพักผ่อนให้เต็มที่ จึงช่วยประหยัดต้นทุนได้ในระยะยาว

4. เพิ่มความมีระดับให้กับการอยู่อาศัย

เพียงแค่คุณมีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้อยู่กับบ้านไม่ว่าใครเข้ามาเห็นก็ต้องสัมผัสถึงความหรูหรา ดูมีระดับ เสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเจ้าของบ้านมากขึ้น บ่งบอกถึงความภูมิฐานซึ่งไม่ใช่แค่ใช้งานจริงแต่ยังเหมือนของแต่งบ้านอีกชิ้น

รีวิว 5 อันดับ โซฟาไฟฟ้า น่าใช้งาน 2026

1. LUXEL 1 Seat

โซฟาไฟฟ้าเดี่ยวแบบ 1 ที่นั่ง ขนาด XXL มี 2 สีให้เลือก ได้แก่ สีเทา และสีน้ำตาล จัดเต็มฟังก์ชันครบครัน เช่น การปรับเอนขึ้น-ลงอัตโนมัติ วัสดุเป็นฟองน้ำเกรดพรีเมี่ยมหุ้มด้วยหนังอย่างดี ให้ความนุ่มสบายเมื่อได้สัมผัส มีพนักวางมือขนาดใหญ่พร้อมช่องใส่ของทั้ง 2 ฝั่ง ช่อง USB สำหรับชาร์ตแบตเตอรี่มือถือ ขนาดเครื่องรวมกว้าง 82 ซม. สูง 100 ซม. (ขณะนั่ง) ยาว 160 ซม. (ขณะนอน)

ข้อดี

  • ขนาดเบาะกว้าง 55 ซม. ลึก 55 ซม. หนา 20 ซม. พนักพิงสูง 78 ซม. กว้าง 80 ซม.
  • ฟังก์ชันปรับเอน นอน นั่ง ด้วยระบบไฟฟ้าเพียงแค่กดปุ่ม สะดวก ง่ายดาย ปลอดภัย
  • เบาะหนา นุ่ม นั่งหรือนอนได้อย่างสบายใจ ยืดหยุ่น
  • หุ้มด้วยหนังคุณภาพสูง สามารถทำความสะอาดได้ง่าย

2. LUXEL 2 Seat

โซฟาแบบ 2 ที่นั่ง ขนาด XXL มี 2 สีให้เลือก ได้แก่ สีเทา และสีครีม ปรับเอนนั่ง-นอนด้วยระบบไฟฟ้าแยก 2 ฝั่ง เหมาะกับการผ่อนคลายทุกอิริยาบถ เบาะผลิตจากฟองน้ำเกรดพรีเมี่ยมหุ้มด้วยหนังคุณภาพสูง นุ่มสบาย ยืดหยุ่น พนักวางมือขนาดใหญ่พร้อมช่องใส่ของตรงกลาง มีช่อง USB ทั้งด้านซ้ายและขวาสำหรับชาร์ตแบตเตอรี่มือถือ ขนาดเครื่องรวมกว้าง 180 ซม. สูง 100 ซม. ลึก 80 ซม. (ขณะนั่ง) ลึก 160 ซม.

ข้อดี

  • ขนาดเบาะนั่ง กว้าง 55 ซม. ลึก 50 ซม. หนา 15 ซม. พนักพิงสูง 68 ซม. กว้าง 55 ซม. ต่อที่นั่ง
  • ฟังก์ชันปรับเอน นอน นั่ง ด้วยระบบไฟฟ้าแยกกัน เพียงแค่กดปุ่ม
  • เบาะหนานุ่มหุ้มด้วยหนังคุณภาพสูง ทำความสะอาดง่าย
  • มีช่องเสียบ USB 2 ด้าน ใช้งานได้พร้อมกันทั้ง 2 เก้าอี้

3. INDEX FURNITURE โซฟาหนังปรับระดับไฟฟ้า 2 ที่นั่ง รุ่นเฟรดเดริกด์

โซฟาไฟฟ้า 2 ที่นั่ง สีครีม โครงไม้เนื้อแข็ง บุฟองน้ำเกรดพรีเมี่ยม หุ้มด้วยหนังวัวแท้ Top Grain ยืดหยุ่น นั่งสบาย สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวล ปรับระดับง่ายด้วย Mechanic นำเข้า มีช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จไฟ ช่องวางแก้วสเตนเลส 2 จุด และยังมีคอนโซลสำหรับเก็บของ ขนาดเมื่อปรับเอนนอน กว้าง 189 x ลึก 167 x สูง 79 ซม.

ข้อดี

  • แข็งแรงด้วยโครงสร้างจากไม้เนื้อแข็ง รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 150 กก. ต่อที่นั่ง
  • ขนาดสินค้ารวม 189 x 98 x 105 ซม. นั่งพักผ่อนได้สบายแบบไร้กังวล
  • หุ้มด้วยหนังวัวแท้ ทำความสะอาดง่าย ไร้รอยขีดข่วน
  • คอนโซลเก็บของเพิ่มความมีระเบียบให้กับพื้นที่การใช้งาน

4. INDEX FURNITURE โซฟาหนังปรับระดับไฟฟ้า 3 ที่นั่ง รุ่นเฟรดเดริกด์

โซฟาไฟฟ้า 3 ที่นั่ง สีครีม ผลิตจากโครงไม้เนื้อแข็ง บุฟองน้ำเกรดพรีเมี่ยม ภายนอกหุ้มด้วยหนังวัวแท้ Top Grain พนักพิงสูง ตอบโจทย์กับสรีระและศีรษะ ปรับระดับง่ายจากปุ่มกด 2 จุด (ฝั่งซ้ายและขวาสุดของโซฟา) พร้อม Mechanic นำเข้า มีช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จไฟ ขนาดเมื่อปรับเอนนอน กว้าง 212 x ลึก 167 x สูง 79 ซม.

ข้อดี

  • โครงสร้างจากไม้เนื้อแข็ง รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 150 กก. ต่อที่นั่ง อายุการใช้งานยาวนาน
  • ขนาดสินค้ารวม 212 x 98 x 105 ซม. นั่งพักผ่อนได้สบายแบบไร้กังวล
  • หุ้มด้วยหนังวัวแท้ ทำความสะอาดง่าย ไม่มีปัญหารอยขีดข่วน
  • ออกแบบสไตล์โมเดิร์น สีสันสวยงาม

5. INDEX FURNITURE โซฟาหนังปรับระดับไฟฟ้า 2 ที่นั่ง รุ่นเมอร์ริค

โซฟาไฟฟ้า 2 ที่นั่ง สีเทาอ่อน โครงหลักเป็นไม้เนื้อแข็ง บุฟองน้ำเกรดพรีเมี่ยม หุ้มด้วยหนังวัวแท้ Top Grain พนักพิงสูง ยืดหยุ่น สอบรับกับสรีระและศีรษะ ปรับระดับง่ายจากปุ่มกด 2 จุด มีช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จไฟขณะใช้งานโซฟา พักผ่อนสบายใจในทุกอิริยาบถ

ข้อดี

  • โครงสร้างจากไม้เนื้อแข็ง รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 150 กก. ต่อที่นั่ง
  • ขนาดสินค้ารวม 206 x 94 x 102 ซม. พักผ่อนได้แบบสบายกายสบายใจ
  • หุ้มด้วยหนังวัวแท้ ทำความสะอาดง่าย ไร้รอยขีดข่วน
  • ดีไซน์พื้นที่ขนาดใหญ่ นั่งสบาย เบาะนุ่ม

ทั้งหมดนี้คือ 5 อันดับ โซฟาไฟฟ้า ยอดนิยม สำหรับคนที่กำลังมองหาเฟอร์นิเจอร์เพื่อความผ่อนคลายให้กับตนเอง แต่ละรุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป ลองประเมินงบประมาณที่ใช่ ดีไซน์ที่ชอบ และตอบโจทย์กับความคุ้มค่าของคุณมากที่สุด

รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า 2026 กับ 5 รุ่นมาแรง ชอบคันไหนลองเทียบเลย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคปัจจุบัน “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ รถ EV ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ หากสังเกตบนท้องถนนจะมีรถประเภทนี้ขับขี่อยู่พอสมควร เมื่อบวกกับจุดเด่นในหลายด้านนั่นอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณสนใจซื้อรถประเภทนี้มาใช้งาน จึงขอพามารีวิว 5 รุ่น รถยนต์ไฟฟ้า 2026 คันไหนเหมาะกับการขับขี่ ตอบโจทย์ได้ตามที่ใจคาดหวัง

จุดเด่นของการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า

อย่างที่เกริ่นไว้ว่าการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้ามีข้อดีด้วยกันหลายด้าน ซึ่งสามารถสรุปให้ทุกคนเห็นภาพและเป็นเหตุผลเพิ่มการตัดสินใจซื้อใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

  • ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะการใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่มีต้นทุนต่ำกว่าหลายเท่า
  • ลดภาวะโลกร้อน ปัญหาก๊าซเรือนกระจกจากการไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่โลกกำลังพบเจอปัญหาในตอนนี้
  • การทำงานเงียบเพราะแรงขับเคลื่อนเกิดจากพลังงานไฟฟ้า จึงไม่มีการเผาไหม้และการจุดระเบิดแบบเครื่องยนต์สันดาป ช่วยลดมลพิษทางเสียงได้ด้วย
  • สะดวกในการเติมพลังงาน สามารถติดตั้งเครื่องชาร์จแบตเตอรี่แล้วทำการชาร์จจากที่บ้านได้เลย โดยเฉพาะช่วงกลางคืนหรือวันที่ไม่ได้ขับรถออกไปไหน

ประเภทรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานในยุคปัจจุบัน

1. รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV)

รถยนต์ระบบ Hybrid Electric Vehicle หรือรถ HEV คือรูปแบบของการใช้เครื่องยนต์สันดาปและระบบไฟฟ้าทำงานร่วมกัน ตัวเครื่องรถจึงมีทั้งเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ พลังขับเคลื่อนหลักมาจากไฟฟ้าแต่ยังสามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้กรณีฉุกเฉิน การชาร์จเป็นระบบ Self-Charging จึงชาร์จจากภายนอกไม่ได้

2. รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)

เป็นระบบที่พัฒนามากขึ้นโดยเลือกได้ว่าต้องการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ควบคู่กับแบตเตอรี่ไฟฟ้า หรือต้องการขับแบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว สามารถชาร์จไฟจากภายนอกได้ สมรรถนะโดยรวมและความเสถียรจึงดีกว่ารถ HEV  

3. รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV)

Battery Electric Vehicle คือ รถยนต์ที่ไม่มีการนำระบบเครื่องยนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง การขับเคลื่อนทั้งหมดมาจากพลังงานไฟฟ้า 100% จึงต้องอาศัยการชาร์จไฟอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้รถเดินทางไปยังเส้นทางตามที่ต้องการ ลดมลพิษได้ดีเยี่ยม

4. รถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV)

รถยนต์ไฟฟ้าประเภทนี้ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนักในเมืองไทย แต่หลักการคือใช้ก๊าซไฮโดรเจนจากเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle) ซึ่งต้องเติมมาจากภายนอกเกิดเป็นพลังงานสูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่ยังต้องพัฒนาต่อเนื่อง

รีวิว 5 รุ่นมาแรงของรถยนต์ไฟฟ้า 2026 คัดมาให้แล้ว

1. JEACOO EV5

รถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% ที่จะพาคุณขับเคลื่อนไปบนทุกเส้นทางได้อย่างอิสระไร้ขีดจำกัด โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ SUV ภายใต้ปรัชญา Origin of Nature ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขยายพื้นที่ได้สูงสุด 1,284 ลิตร หน้าจอคอนโซลแบบสัมผัส กระจกหลังคาแบบ Panoramic Fixed Glass Roof ระบบปรับอากาศแยก 2 โซน จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัยมากมายทั้งระบบป้องกันออกนอกเลน ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และอีกมากมาย ในราคาเริ่มต้นเพียง 679,000 บาท

จุดเด่น

  • ดีไซน์รถแบบ SUV พื้นที่กว้างขวาง เหมาะกับรถครอบครัว
  • กระจกหลังคาแบบ Panoramic Fixed Glass Roof เพลินไปกับบรรยากาศระหว่างทาง
  • เทคโนโลยีเสริมช่วยเพิ่มความปลอดภัยทุกเส้นทางขับขี่

2. BYD Dolphin

รถยนต์ไฟฟ้า 5 ที่นั่ง แบบ 5 ประตู ที่พร้อมปลุกพลังในทุกเส้นทางการขับขี่ของคุณให้เร้าใจยิ่งกว่าเคย จัดเต็มระบบ Blade Battery 60.48 กิโลวัตต์ / ชั่วโมง ชาร์จเร็วทันใจ รับประกันนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. หัวชาร์จ AC Type 2 (7 กิโลวัตต์) / DC CCS 2 (80 กิโลวัตต์) ระยะทางสูงสุด 490 กม. มอเตอร์ 150 กิโลวัตต์ ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. เพียง 7.0 วินาที มีระบบ VtoL ต่อไฟจากแบตเตอรี่ไปยังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยตรง ภายนอกออกแบบสะท้อนถึงวิถีชีวิตแห่งโลมา ไฟท้าย LED รูปทรงเรขาคณิต ภายในมีหลังคากระจกพร้อมฟังก์ชันสั่งการด้วยเสียง (เฉพาะรุ่น Extended) รองรับชาร์จมือถือไร้สาย และอีกมากมาย ราคาเริ่มต้นเพียง 449,900 บาท

จุดเด่น

  • รับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
  • ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. เพียง 0.7 วินาที
  • ดีไซน์ภายนอกสวยงามแทบทุกจุดพร้อมสีสันแห่งความหรูหรา

3. BYD Atto 3

อีกรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าจากค่าย BYD จัดเต็มกับระบบ Blade Battery 60.48 กิโลวัตต์ / ชั่วโมง รับประกันนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. หัวชาร์จ AC Type 2 (7 กิโลวัตต์) / DC CCS 2 (80 กิโลวัตต์) ระยะทางสูงสุด 480 กม. มอเตอร์ 150 กิโลวัตต์ ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. เพียง 7.37 วินาที ดีไซน์ภายนอกไฟ LED คาดคิ้วโครเมียมเข้ากับไฟท้าย LED คาดยาวทรงปีกนก เสา C ลายคลื่นน้ำ พร้อมเส้นสายรอบคัน ภายในหลังคา Panoramic Sunroof เปิด/ปิด แบบ One-touch พื้นที่ขนาดใหญ่สูงสุด 1,340 ลิตร หน้าจอคอนโซลแบบสัมผัส และความเหนือระดับอีกเพียบ ราคาเริ่มต้น 949,900 บาท

จุดเด่น

  • รับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
  • ดีไซน์ภายนอกสวย ล้ำสมัยด้วยเส้นสายแบบเฉพาะ
  • พื้นที่ภายในขนาดใหญ่สูงสุดถึง 1,340 ลิตร

4. Deepal S05

ต่อด้วยรถยนต์ไฟฟ้า EV 100% แบบ SUV ขนาดกลาง เลือกได้ทั้งประเภท BEV และ REEV โดยขอรีวิวแบบ BEV จัดเต็มกำลังสูงสุด 238 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 180 กม. / ชม. ขับขี่ได้ไกล 470 กม. ทำความเร็ว 0-100 กม. / ชม. เพียง 7.3 วินาที รองรับหัวชาร์จ Type 2 / CCS Combo ชาร์จแบบ AC สูงสุด 7 kW และ DC สูงสุด 152 kW โดยชาร์จ DC จาก 30-80% ได้ใน 15 นาที ดีไซน์ภายนอกเน้นความทันสมัย มือเปิดประตูภายนอกแบบซ่อน ภายในมีหลังคากระจก Panoramic Fixed Roof เลือกได้ 5 สี หน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ 15.4 นิ้ว หมุนได้ตามคนนั่ง ระบบเสียง 14 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีสุดล้ำอีกเพียบ ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท

จุดเด่น

  • ชาร์จเร็ว ไม่ต้องเสียเวลารอนานเมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น
  • ทำความเร็วได้ดี กำลังม้าสูง ขับขี่ไกล แทบไม่ต่างจากรถสันดาปปกติ
  • ภายในจัดเต็มเทคโนโลยีและความทันสมัย สร้างความสะดวกสบาย

5. MG4

เต็มที่กับความสนุกกับ MG4 ซึ่งมีให้เลือก 4 รุ่น แต่ขอรีวิวเป็นรุ่น XPOWER ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ขับได้ระยะทางไกลสุด 540 กม. กำลังสูงสุด 435 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที รองรับการชาร์จสูงสุด 140kW ระบบ Dual Motor และพวงมาลัย Dual Pinion ตอบสนองเร็วและแม่นยำ โครงสร้างออกแบบให้กระจายน้ำหนัก จุดศูนย์ถ่วงต่ำ เกาะถนนดี เข้าโค้งสบาย พร้อมด้วย RUBIK’S CUBE BATTERY นวัตกรรมแบตเตอรี่แบบแนวนอน ร่วมกับเทคโนโลยี CELL-TO-PACK ลดขนาด และน้ำหนัก เพิ่มพื้นที่ห้องโดยสาร ระบายความร้อนได้ดี ราคาเริ่มต้น 549,900 บาท

จุดเด่น

  • ขับได้ระยะทางไกล อัตราเร่งสูง สบายใจในทุกเส้นทาง
  • พวงมาลัย Dual Pinion ตอบสนองเร็วและแม่นยำ
  • RUBIK’S CUBE BATTERY น้ำหนักและขนาดลดลง พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขึ้น

ทั้งหมดนี้คือ 5 รุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่นำมารีวิวให้ได้รู้จักกันในปี 2026 มีรุ่นไหนโดนใจ หรืออยากจับจองเป็นเจ้าของก็ลองศึกษาข้อมูลเพื่อเทียบความเหมาะสมกันอีกครั้งได้เลย เพราะแต่ละคันเองย่อมมีความโดดเด่นคนละด้าน หากเจอคันถูกใจนั่นหมายถึงความสุขในทุกเส้นทางขับขี่ของคุณอยู่ไม่ไกลเกินจริง

รีวิว ลู่วิ่งไฟฟ้า ยอดนิยม 5 อันดับ ปี 2025

อันดับ 1 ลู่วิ่งไฟฟ้า MEGAMAX รุ่น MT12 เป็นลู่วิ่งไฟฟ้าขนาดใหญ่ ที่รองรับน้ำหนัก และการใช้งานได้หลากหลาย เครื่องเดียวจบ

จุดเด่นของสินค้า

+ มีระบบรองรับแรงกะแทกแบบ โช้คอัพสปริง

+ มีหน้าจอแยกส่วนที่ง่ายต่อการใช้งาน

+ มีปุ่มกด ที่ชัดเจน สะดวก ใช้งานง่าย

+ มีความกว้างสายพาน มากถึง 58 ซม. ใกล้เคียงกับเกรดฟิตเนส

+ เครื่องมีขนาดใหญ่แข็งแรง มั่นคง

+ ราคาคุ้มค่า และถูกกว่าแบรนด์อื่น

+ มีศูนย์รับประกันสินค้า และหลังการขาย

 

อันดับ 2 ลู่วิ่งไฟฟ้า POWER MAX รุ่น MT200 จาก ค่าย MEGAMAX เป็นลู่วิ่งไฟฟ้า เกรดฟิตเนส โครงสร้างขนาดใหญ่ มีความแข็งแรงมากกว่ารุ่นอื่นๆ ในราคาที่คุ้มค่า

จุดเด่นของสินค้า

+ ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ โครงสร้างหนาแข็งแรง มั่นคง กว่ารุ่นอื่นอย่างชัดเจน

+ เป็นเกรดฟิตเนส ในราคาที่เข้าถึงได้ สำหรับใช้ใน สโมสร ศูนย์กีฬา หรือแม้แต่ในบ้าน

+ ดีไซน์สวยทันสมัย ดูพรีเมี่ยม

+ รองรับน้ำหนัก ผู้ใช้ได้มาก วัสดุ มีความคงทน และคุณภาพ

+ มีจอแยกส่วน และ ระบบควบคุม ที่ใช้งานง่าย 

+ มีศูนย์รับประกันและหลังการขาย

 

อันดับ 3 ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson รุ่น Matrix TF30 ลู่วิ่งไฟฟ้าแบรนด์ระดับโลก เน้นคุณภาพ รูปลักษณ์ดีไซน์ทันสมัย และ แบรนด์ที่น่าเชื่อถือ

จุดเด่นของสินค้า

+ เป็นแบรนด์ข้ามชาติ ที่มีความมั่นคง และน่าเชื่อถือในเรื่องคุณภาพ

+ มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ดูหรูพรีเมี่ยม

+ วัสดุ มีคุณภาพ การผลิตที่ได้มาตรฐานสากล

+ มีหน้าจอ แยกส่วน ใช้งานง่าย มองได้ชัดเจน

+ มีระบบ ทัชสกรีน แอพพลิเคชั่น ที่ทันสมัย

+ มีศูนย์บริการ และ บริการหลังการขาย

 

อันดับ 4 ลู่วิ่งไฟฟ้า MEGAMAX รุ่น MT1000 ลู่วิ่งไฟฟ้า ระดับ ไฮเอน สำหรับ สโมสร ยิม ฟิตเนส 

จุดเด่นของสินค้า

+ เครื่องขนาดใหญ่ระดับ ไฮเอน สำหรับศูนย์ฟิตเนส หรือ ในบ้าน

+ รองรับน้ำหนักได้มาก ทุกการใช้งาน

+ มีหน้าจอแยกส่วน บอกข้อมูลชัดเจน

+ มีระบบรองรับแรงกะแทกแบบ ยืดหยุ่น นุ่มนวม แต่ไม่ย้วย และไม่มีเสียงรบกวน

+ มีสายพานหนา เสียงเงียบ ทนทาน

+ ปรับความชันได้มากกว่ารุ่นทั่วไป

+ มีศูนย์บริการและบริการหลังการขาย

อันดับ 5 ลู่วิ่งไฟฟ้า North Fitness รุ่น Hi Flex Plus T  ลู่วิ่งไฟฟ้า ขนาดใหญ่ระดับ ไฮเอน มีหน้าจอสัมผัส และแอพพลิเคชั่น

จุดเด่นของสินค้า

+ มีเครื่องขนาดใหญ่ รองรับน้ำหนักได้มาก สำหรับ ยิม สโมสร หรือในบ้าน

+ มีหน้าจอแอพพลิเคชั่นในตัว มีโปรแกรมให้ใช้งานได้หลากหลาย

+ มีมัลติมิเดียในหน้าจอแอพพลิเคชั่น

+ มีระบบรองรับแรงกะแทก ยืดหยุ่น มั่นคง

+ มีโครงสร้างแข็งแรง ทนทาน

+ มีหน้าจอแยกส่วนสามารถถอดเปลี่ยนหรือซ่อมแซม

+ มีบริการหลังการขาย มีศูนย์บริการ

 

ทั้งหมดนี้ คือ 5 อันดับ ลู่วิ่งที่แนะนำในปี 2025-2026 ที่คุณสามารถใช้เป็นแนวทางในการเลือกซื้อตามงบประมาณและความชอบ

ลู่วิ่ง: เคล็ดลับในการใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายอเนกประสงค์นี้

ลู่วิ่งยังเหมาะสำหรับผู้ที่กลับมาออกกำลังกายหลังจากได้รับบาดเจ็บหรือการผ่าตัดเนื่องจากคุณสามารถควบคุมความเร็วและความเข้มได้และมีราวจับสำหรับรองรับเพิ่มเติม

การใช้ลู่วิ่งอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ความเร็วความอดทนและการสร้างกล้ามเนื้อ

ต่อไปนี้เป็นกิจวัตร treadmill สามอย่างจากดร. เทนฟอร์ดที่คุณสามารถเพิ่มไปยังโปรแกรมการออกกำลังกายของคุณที่เน้นการออกกำลังกายสามด้าน ได้แก่ ความเร็วความอดทนและการสร้างกล้ามเนื้อ เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกาย 10 นาทีจากนั้นค่อยๆสร้างได้มากถึง 20 ถึง 30 นาทีในขณะที่คุณออกกำลังกาย

กิจวัตรที่ 1:เอียง (ความอดทนและการสร้างกล้ามเนื้อ) การตั้งค่าเอียงสร้างกิจกรรมกล้ามเนื้อมากกว่าการเดินหรือวิ่งบนพื้นผิวเรียบเนื่องจากคุณทำงานกับแรงโน้มถ่วง การศึกษาขนาดเล็กในปี 2014ในวารสารGait & Postureพบว่าการเดินบนลู่วิ่งแบบเอียงนั้นอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมและการเปลี่ยนข้อเข่า

การออกกำลังกาย:เริ่มต้นเดินหรือวิ่งด้วยความเอียงระดับศูนย์ที่อัตราการออกแรง 3 หรือ 4 นานถึงสองนาทีจากนั้นเพิ่มระดับ 1 เอียงอีกหนึ่งหรือสองนาที ทำซ้ำรูทีนจนกว่าคุณจะถึงระดับเอียงซึ่งคุณทำงานที่การออกแรง 5 ถึง 7 และพยายามรักษามันไว้เป็นเวลาหนึ่งนาทีหรือนานกว่านั้น จากนั้นย้อนกลับชุดคำสั่งจนกว่าคุณจะถึงระดับศูนย์เอียงอีกครั้ง มันเป็นเรื่องปกติที่จะอยู่ในความเอียงนานหรือออกกำลังกายด้วยอัตราการออกแรงต่ำกว่าจนกว่าคุณจะรู้สึกสบายใจ

กิจวัตรที่ 2:การฝึกซ้อมช่วงเวลาที่มีความเข้มสูง (ความเร็วความอดทนและการสร้างกล้ามเนื้อ) HIIT เกี่ยวข้องกับการสลับระหว่างช่วงเวลาที่กำหนดในการทำงานที่มีความเข้มสูงและส่วนที่เหลือ ความเข้มสูงอยู่ที่อัตราการออกแรงประมาณ 5 ถึง 7 ในขณะที่คุณพักในอัตรา 2 หรือ 3“ HIIT ขึ้นอยู่กับการออกแรงแต่ละแบบของคุณดังนั้นปรับลู่วิ่งให้ตรงกับความต้องการที่ต้องการ” ดร. เทนฟอร์ดกล่าว “ ประเด็นสำคัญของ HIIT คือการผสมผสานความเข้มเพื่อทำให้ตัวเองทำงานหนักขึ้นในช่วงเวลาที่สั้นลง มันเป็นเรื่องสนุกและแยกความซ้ำซากของการออกกำลังกาย” HIIT ยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการหาเวลาออกกำลังกาย การศึกษาที่ตีพิมพ์ออนไลน์โดยPLOS Oneพบว่า HIIT ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพเหมือนกับการฝึกความอดทนที่ยาวนานกว่า

การออกกำลังกาย:เริ่มต้นด้วยอัตราส่วนความเข้มสูงถึง 1: 3 ในระดับที่คุณสามารถเดินหรือวิ่งได้เป็นเวลาหนึ่งนาทีแล้วพักเป็นเวลาสามนาที เมื่อคุณปรับปรุงคุณสามารถเปลี่ยนอัตราส่วนเป็น 1: 2 หรือ 1: 1 หรือแม้กระทั่งทำงานในช่วงเวลาที่มีความเข้มสูงอีกต่อไปโดยมีช่วงพักที่สั้นลง

กิจวัตร 3: การแปรผันความเร็ว (ความเร็วความอดทน) ลู่วิ่งส่วนใหญ่มีการออกกำลังกายที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าซึ่งจะแตกต่างกันไปตามความเร็วและความเอียงของฉลากเช่น“ การเผาผลาญไขมัน” หรือ“ การปีนเขา”“ สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของคุณได้ ดร. Tenforde พูดว่า

การออกกำลังกาย:เลือกหนึ่งในการออกกำลังกายที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าและปรับความเร็วและความต้านทานตามต้องการเพื่อให้แน่ใจว่าคุณอยู่ในช่วงออกแรง 5 ถึง 7

วิธีลดน้ำหนักบนลู่วิ่ง

ลู่วิ่งเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก อาจดูเหมือนเป็น ‘ความคิดโบราณ’ ที่คุณสามารถหาได้จากหนังสือหรือบทความเฉพาะ แต่เป็นเรื่องจริงตราบใดที่คุณรู้รายละเอียดทั้งหมด

ก่อนที่ฉันจะอธิบายว่าลู่วิ่งสามารถช่วยคุณในภารกิจนี้ได้ฉันต้องบอกคุณเกี่ยวกับ ‘อัตราการเต้นหัวใจเป้าหมาย’ และ ‘โซนเผาผลาญไขมัน’

 

อัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมายเท่ากับ 60% – 90% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดของคุณ และโซนการเผาผลาญไขมันของคุณเท่ากับ 75% – 90% ของโซนอัตราการเต้นหัวใจเป้าหมายของคุณ

กฎง่าย ๆ : หากคุณต้องการลดน้ำหนักด้วยการวิ่งกว่าที่คุณต้องแน่ใจว่าในขณะที่คุณออกกำลังกายอัตราการเต้นของหัวใจของคุณอยู่ในโซนเผาผลาญไขมันของคุณ (อย่างน้อย 30 นาที)

หากคุณต้องการคำนวณมูลค่าของอัตราการเต้นของหัวใจด้วยตัวเองคุณเพียงแค่ต้องรู้อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดซึ่งขึ้นอยู่กับสูตรทั่วไปเหล่านี้:

  • อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดสำหรับผู้ชาย = 220 – อายุ
  • อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดสำหรับผู้หญิง = 226 – อายุ

หรือคุณสามารถทราบอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดและอัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมายของคุณหลังจากที่คุณปรึกษาแพทย์

หรือคุณสามารถซื้อลู่วิ่งที่ช่วยให้คุณใส่อายุและน้ำหนักของคุณลงในคอนโซลได้ดังนั้นมันจะคำนวณอัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมายและโซนการเผาผลาญไขมันของคุณเอง ฉันจะไปยังสิ่งที่ลู่วิ่งสามารถทำได้ในภายหลัง

การตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดเหล่านี้อาจทำได้ยากในขณะที่คุณออกไปข้างนอก นั่นคือเหตุผลที่ผู้คนมักพูดว่า: ‘ฉันวิ่งทุกวัน แต่ฉันไม่เห็นความแตกต่างเลย ผมทำอะไรผิดหรือเปล่า?’ นี่คือเมื่อทำงานบนลู่วิ่งจะมีประโยชน์จริงๆและมีประสิทธิภาพมาก

ดังที่ฉันได้กล่าวไว้ข้างต้นมีลู่วิ่งที่ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมายและโซนการเผาผลาญไขมันของคุณขณะออกกำลังกาย เหล่านี้คือลู่วิ่งที่ช่วยให้คุณใส่อายุและน้ำหนักของคุณในคอนโซลก่อนที่จะเริ่มออกกำลังกาย

ยิ่งกว่านั้นลู่วิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนความเร็วและความเอียงของลู่วิ่งโดยอัตโนมัติเพื่อให้คุณยังคงอยู่ในโซนนี้โดยไม่ต้องยุ่งยากอะไรเพิ่มเติม สิ่งที่คุณต้องทำคือเชื่อมต่อการอ่านอัตราการเต้นของหัวใจ (สายรัดหน้าอกแบบไร้สายแนะนำมากที่สุด) และเรียกใช้วิ่งวิ่ง

หากคุณเป็นผู้เริ่มต้นคุณต้องมุ่งเน้นที่การสร้างความอดทนและการออกกำลังกายแบบแอโรบิคก่อน หลังจาก 3-4 สัปดาห์ของการฝึกฝนคุณควรพร้อมที่จะยกระดับความเข้มและออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การออกกำลังกายเริ่มต้น:

ระยะเวลา: 20 นาที

บ่อยแค่ไหน: 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์

นานแค่ไหน: 3-4 สัปดาห์

กำหนดอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างการอุ่นเครื่องและเย็นลง: 55% – 65% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของคุณ

เป้าหมายอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย: 65% – 75% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของคุณ

การออกกำลังกาย:

อุ่นเครื่อง: ระยะเวลา 2 นาที, เอียง 0%, ความเร็ว 1 ไมล์ต่อชั่วโมง เพิ่มอีก 2 นาทีที่อัตรา 0.5% และความเร็ว 1.5mph

  • ส่วนที่ 1: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1.5% และความเร็ว 2 ไมล์ต่อชั่วโมง
  • ส่วนที่ 2: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1.5% และความเร็ว 2.5mph
  • ส่วนที่ 3: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1% และความเร็ว 3 mph
  • ส่วนที่ 4: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 0.5% และความเร็ว 3.5mph
  • ส่วนที่ 5: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 0.5% และความเร็ว 4mph
  • ส่วนที่ 6: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 0.5% และความเร็ว 3.5mph
  • ส่วนที่ 7: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1% และความเร็ว 3 mph
  • ส่วนที่ 8: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1.5% และความเร็ว 2.5 ไมล์ต่อชั่วโมง

ทำซ้ำส่วนที่ 1–8 เป็นเวลา 5 ครั้ง จากนั้นไปที่:

ทำให้เย็นลง: ระยะเวลา 2 นาทีเอียง 0.5% ความเร็ว 2.3 ไมล์ต่อชั่วโมง เพิ่มอีก 2 นาทีที่อัตรา 0% และความเร็ว 1.5mph

หากคุณมีความอดทนและมีประสบการณ์ในฐานะนักวิ่งแล้วคุณสามารถเริ่มต้นด้วยการฝึกระดับกลาง

การออกกำลังกายระดับกลาง

ระยะเวลา: 30 นาที

บ่อยแค่ไหน: 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์

นานแค่ไหน: 3-4 สัปดาห์

กำหนดอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างการอุ่นเครื่องและเย็นลง: 55% – 65% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของคุณ

เป้าหมายอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย: 75% – 85% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของคุณ

การออกกำลังกาย:

อุ่นเครื่อง: ระยะเวลา 2 นาที, เอียง 1%, ความเร็ว 2 ไมล์ต่อชั่วโมง เพิ่มอีก 2 นาทีที่ความเอียง 1.5% และความเร็ว 3mph

  • ส่วนที่ 1: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 2.5% และความเร็ว 4mph
  • ส่วนที่ 2: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 2.5% และความเร็ว 4.5mph
  • ส่วนที่ 3: ระยะเวลา 30 วินาที, เอียง 2% และความเร็ว 5mph
  • ส่วนที่ 4: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1.5% และความเร็ว 5.5mph
  • ส่วนที่ 5: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1.5% และความเร็ว 6mph
  • ส่วนที่ 6: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1.5% และความเร็ว 5.5mph
  • ส่วนที่ 7: ระยะเวลา 30 วินาที, เอียง 2% และความเร็ว 5mph
  • ส่วนที่ 8: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 2.5% และความเร็ว 4.5 ไมล์ต่อชั่วโมง

ทำซ้ำส่วนที่ 1–8 เป็นเวลา 8 ครั้ง จากนั้นไปที่:

ทำให้เย็นลง: ระยะเวลา 2 นาทีเอียง 1.5% ความเร็ว 3.8mph เพิ่มอีก 2 นาทีที่อัตรา 1% และความเร็ว 2.5mph

ตอนนี้คุณอยู่ในสภาพดี แต่คุณสามารถทำได้ดีกว่า ได้เวลาออกกำลังกายที่เพิ่มอัตราการเต้นหัวใจเป้าหมายของคุณเป็น 80% -90% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของคุณ (ซึ่งเป็นโซนเป้าหมายลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด)

การออกกำลังกายขั้นสูง:

ระยะเวลา: 40 นาที (ขั้นต่ำ)

บ่อยแค่ไหน: 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์

นานแค่ไหน: 3-4 สัปดาห์

กำหนดอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างการอุ่นเครื่องและเย็นลง: 55% – 65% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของคุณ

เป้าหมายอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย: 80% – 90% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดของคุณ

การออกกำลังกาย:

อุ่นเครื่อง: ระยะเวลา 2 นาที, เอียง 2%, ความเร็ว 3.3mph เพิ่มอีก 2 นาทีด้วยความเอียง 2.5% และความเร็ว 4.9mph

  • ส่วนที่ 1: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 3.5% และความเร็ว 6.5mph
  • ส่วนที่ 2: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 3.5% และความเร็ว 7mph
  • ส่วนที่ 3: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 3% และความเร็ว 7.5 ไมล์ต่อชั่วโมง
  • ส่วนที่ 4: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 2.5% และความเร็ว 8mph
  • ส่วนที่ 5: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 2.5% และความเร็ว 8.5mph
  • ส่วนที่ 6: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 2.5% และความเร็ว 8mph
  • ส่วนที่ 7: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 3% และความเร็ว 7.5 ไมล์ต่อชั่วโมง
  • ส่วนที่ 8: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 3.5% และความเร็ว 7mph

ทำซ้ำส่วนที่ 1–8 เป็นเวลา 10 ครั้ง จากนั้นไปที่:

ทำให้เย็นลง: ระยะเวลา 2 นาทีเอียง 2.5% ความเร็ว 5.6mph เพิ่มอีก 2 นาทีที่อัตรา 1% และความเร็ว 3.8mph

อะไรที่คุณต้องรู้ การออกกำลังกายข้างต้นเป็นตัวอย่างของการตั้งค่าที่เป็นไปได้ที่คุณสามารถใช้กับลู่วิ่งของคุณเพื่อให้คุณทำตามสูตรลดน้ำหนักที่กำลังทำงานอยู่ แต่ร่างกายแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นอย่าลังเลที่จะเปลี่ยนความเอียงและความเร็วตามความต้องการและความต้องการของร่างกายของคุณ ตัวอย่างเช่นหากคุณไม่ชอบวิ่งเร็วคุณสามารถใช้ความเอียงที่สูงขึ้นได้ ระดับความพยายามเหมือนกันและคุณยังคงลดน้ำหนักตราบเท่าที่คุณอยู่ในโซนเผาผลาญไขมัน

 

วิธีใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับผู้เริ่มต้น

การเรียนรู้ที่จะใช้ลู่วิ่งต้องใช้หลักการเดียวกันกับการฝึกฝนที่นักวิ่งใช้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน
คุณต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของคุณอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บอาการวิงเวียนศีรษะ
และปัญหาเกี่ยวกับความดันโลหิตหรือการขาดน้ำ
ค้นหาวิธีการใช้เครื่องลู่วิ่งโดยทำตามคำแนะนำทีละขั้นตอนนี้

1. ปรึกษาแพทย์หากคุณมีปัญหาข้อต่อหรือหลัง แพทย์สามารถระบุได้ว่าคุณต้องออกกำลังกายด้วยการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ (เดิน) หรือต้องฝึกออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง (วิ่ง)

2. ซื้อรองเท้าวิ่งที่สะดวกสบาย ลองใส่รองเท้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่จะซื้อรองเท้าใด ๆ คู่ที่เหมาะสมควรรู้สึกสบายอุ้งเท้าของคุณและให้พื้นที่ในนิ้วเท้าของคุณ
ถ้าเป็นไปได้ควรสวมใส่รองเท้ารอบ ๆ บ้านทุกวันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนออกกำลังกายเพื่อให้คุณสามารถนำรองเท้ามาใช้วิ่งได้ โดยไม่มีอาการรองเท้ากัด

3. ดื่มน้ำเปล่า 16 ถึง 24 ออนซ์ (0.5 ถึง 0.7l) น้ำ ใน 90 นาทีก่อนที่คุณจะออกกำลังกายลู่วิ่ง เนื่องจากการออกกำลังกายบนลู่วิ่งส่วนใหญ่ใช้เวลานานกว่า 20 นาทีคุณสามารถทำให้เหงื่อออกมากและทรมานกับการขาดน้ำในภายหลัง นำขวดน้ำที่เต็มไปด้วยอย่างน้อย 16 ออนซ์ (0.5l) น้ำกับคุณเพื่อวางบนลู่วิ่ง
ให้แน่ใจว่าได้เข้าห้องน้ำก่อนที่คุณจะใช้ลู่วิ่ง การหยุดพักการออกกำลังกายสามารถขัดขวางจังหวะและผลการแอโรบิคของการออกกำลังกายของคุณ

4. สวมถุงเท้าหนา ลองถุงเท้าที่ยาวพอ แทนถุงเท้าข้อเท้า เพื่อหลีกเลี่ยงแผลพุพอง

5. วอร์มอัพและคูลดาวน์ ใช้เวลา 5 นาทีก่อนและหลังการวิ่งบนลู่วิ่งแต่ละครั้งเพื่อการเดินด้วยความเร็ว 2.4 ถึง 3.2 กม. / ชม. หากคุณเดินไปที่โรงยิมสิ่งนี้สามารถนับได้ว่าเป็นการวอร์มร่างกายของคุณ

6. แกว่งแขนของคุณ คุณอาจมีความเชื่อผิดๆ ให้ใช้ที่จับด้านหน้าของลู่วิ่ง แต่สิ่งนี้จะป้องกันคุณจากการเผาผลาญแคลอรี่โดยใช้ท่าทางที่ดีและเรียนรู้ที่จะใช้มันอย่างถูกต้อง

7. ให้ความสนใจกับการตั้งค่าบนอุปกรณ์ คุณควรสังเกตส่วนความเร็วและความชันซึ่งคุณสามารถเพิ่มหรือลดการตั้งค่า ปุ่มเหล่านี้จะเป็นปุ่มหลักที่คุณใช้กับลู่วิ่ง
เปรียบเทียบใช้การออกกำลังกายที่ตั้งโปรแกรมไว้จนกว่าคุณจะพอใจกับการตั้งค่าด้วยตนเอง คุณจะสามารถปรับแต่งการออกกำลังกายให้เหมาะกับระดับความฟิตของคุณ

8. ใช้คลิปสายนิรภัย แม้ว่าคุณอาจเลือกที่จะหยุดการใช้งานได้ตามสบาย แต่คลิปนี้เป็นการปิดฉุกเฉิน หากคุณเสียการทรงตัว ในการเริ่มต้นมันจะป้องกันไม่ให้คุณล้มหรือบาดเจ็บสาหัส

ทำไมต้องซื้อลู่วิ่ง

ทำไมต้องซื้อลู่วิ่ง

การซื้อลู่วิ่งหมายถึงไม่ต้องออกกำลังกายในโรงยิมที่แออัดหรือต้องเปลี่ยนห้องล็อกเกอร์ที่มีกลิ่นอับ ไม่ต้องหลบกองขยะสุนัขอีกต่อไปบนทางเท้า และไม่ต้องปิดการติดต่อกับคนขับรถอีกต่อไปไม่ให้ความสนใจในขณะที่คุณออกไปออกกำลังกายตอนเช้า

นอกจากนี้ลู่วิ่งไม่ใช่เครื่องจักร คุณสามารถสลับการออกกำลังกายของคุณเพื่อรวมความหลากหลายของหัวใจที่รวมถึงการเดิน, วิ่ง, วิ่งและวิ่ง มุ่งมั่นที่คำสั่งผสมนั้นและไม่มีอะไรจะหยุดคุณจากการลดน้ำหนัก ดูแลสุขภาพหัวใจของคุณ เพิ่มกล้ามเนื้อและเพิ่มความอดทนของคุณ!

นอกจากนี้คุณยังสามารถพูดคุยทางโทรศัพท์ทำงานบนแล็ปท็อปของคุณและดูโทรทัศน์ในขณะออกกำลังกายบนลู่วิ่งไฟฟ้าที่บ้าน เนื่องจากการทำงานหลายอย่างเป็นไปได้ด้วยลู่วิ่งการออกกำลังกายของคุณจะสนุกและน่าดึงดูดยิ่งขึ้น

การค้นหาลู่วิ่งที่สมบูรณ์แบบ: ปัจจัยที่ควรพิจารณา

ภารกิจในการค้นหาลู่วิ่งที่สมบูรณ์แบบเพื่อให้เหมาะกับความต้องการคือความท้าทายที่แท้จริง คนส่วนใหญ่คิดว่าการหาลู่วิ่งเป็นเรื่องง่าย แต่นี่ไม่ใช่ความจริง เพื่อให้งานของคุณง่ายขึ้นทีมของเราได้ระบุปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาในขณะที่ซื้อลู่วิ่ง:

 

คุณต้องการ Run, Jog, Sprint หรือ Cross-train (หรือทำทั้ง 4 อย่าง)?  นี่เป็นคำถามแรกที่คุณต้องตอบก่อนซื้อลู่วิ่ง เราเห็นทุกครั้งที่ผู้บริโภคซื้อเครื่องลู่วิ่งที่ราคาถูกกว่าคิดว่าพวกเขาจะสามารถวิ่งได้เพราะมีการรีวิวของ market place ต่างๆ อย่าตกหลุมพรางนั้น – ระบุความต้องการของคุณแล้วไปจากตรงนั้น นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราได้แยก ลู่วิ่ง ลงในหมวดหมู่ตามความต้องการด้านล่าง และจำไว้ว่าลู่วิ่งราคาประหยัดมีไว้สำหรับการเดินการวิ่งเหยาะๆและการใช้ชั่วคราว – ไม่ใช่การฝึกซ้อมสำหรับการวิ่งมาราธอน

คุณต้องการใช้จ่ายเท่าใด ตอนนี้คุณรู้ถึงความต้องการ / วัตถุประสงค์ของคุณสำหรับลู่วิ่งแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดงบประมาณของคุณ มันง่ายที่จะเลือกได้ถูกต้อง แต่มันก็ง่ายที่จะไม่ใช้จ่ายเพียงพอ เราหมายความว่าอย่างไร หากคุณไม่ได้ซื้อลู่วิ่งไฟฟ้าที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายคุณจะไม่ใช้มัน หากคุณใช้จ่ายมากไปคุณจะสร้างความเครียดมากขึ้นและความเครียดนั้นจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณ

พื้นที่วางลู่วิ่ง ? นี่เป็นคำถามที่สามที่คุณต้องถามตัวเอง หากคุณมีพื้นที่เฉพาะและสามารถวางลู่วิ่งได้ 100% เราขอแนะนำให้ดูตัวเลือกแบบไม่พับ อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นคนที่ต้องการให้ลู่วิ่งไฟฟ้าของคุณอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ หรือเหมือนกับความคิดที่ว่าไม่มีพื้นที่ 90 x 170 ซม สำหรับลู่วิ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณ
ตอนนี้คุณได้ตอบคำถามเริ่มต้นแล้วด้านล่างเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อลู่วิ่งของคุณ:

 

พื้นที่วิ่ง –เป็นหนึ่งในคุณสมบัติแรกที่ต้องพิจารณาโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นคนที่มีความสูงที่ก้าวย่างยาว ๆ หรือหากคุณหยุดงาน มองหาลู่วิ่งที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ขนาดในอุดมคติคือความกว้าง 60 ซม คุณจะประหลาดใจกับความแตกต่างของขนาด 2 นิ้วที่เพิ่มขึ้น

ขนาดมอเตอร์ –ยิ่งมอเตอร์มีพลังมากเท่าไหร่ลู่วิ่งก็จะใช้งานได้นานขึ้นเท่านั้นและจะทำงานได้เร็วขึ้นด้วยความเร็วสูง

เทคโนโลยี –ลู่วิ่งเป็นการลงทุนและเป็นการลงทุนที่คุณต้องการให้แน่ใจว่าจะได้ใช้อย่างสม่ำเสมอ เทคโนโลยีเช่นการเชื่อมต่อบลูทู ธ / WiFi, หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่, พอร์ต USB, การตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจ, โปรแกรมการทำงานที่ได้รับการปรับปรุง, และคุณสมบัติอื่น ๆ ช่วยยกระดับการออกกำลังกายของคุณ

คุณภาพโครงสร้างและความทนทาน –คุณต้องการซื้อลู่วิ่งที่จะใช้เวลานาน มองหาลู่วิ่งไฟฟ้าที่มีความสามารถในการรับน้ำหนักที่ดีเนื่องจากเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าตัวเครื่องนั้นดีเพียงใด นอกจากนี้คุณยังต้องการเครื่องลู่วิ่งที่ไม่ต้องการให้คุณเปลี่ยนชิ้นส่วนและได้รับการสนับสนุนจากการรับประกันที่ดี (โดยดีเราหมายถึงการรับประกันที่ยาวนานกว่า 1-2 ปีและได้รับการการันตีจากผู้ผลิต) เหตุผลหนึ่งที่เราแนะนำให้ซื้อลู่วิ่งออนไลน์ของคุณเป็นเพราะคุณสามารถสั่งซื้อโดยตรงจากผู้ผลิตเพื่อให้คุณไม่ต้องผ่านการบริการลูกค้าของร้านขายเครื่องกีฬาในพื้นที่ของคุณหากคุณมีปัญหาการรับประกัน

คุณภาพการผลิตและแบรนด์-หนึ่งในสิ่งแรกที่คุณควรพิจารณาเมื่อซื้อลู่วิ่งคือคุณภาพของผู้ผลิต บริษัท ทำลู่วิ่งมานานเท่าไหร่แล้วและคนอื่น ๆ พูดถึงผลิตภัณฑ์ของพวกเขาอย่างไรบ้าง?

เมื่อคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมดแล้วเราได้เลือกลู่วิ่ง คุณภาพของปี 2019 และได้จัดอันดับตามนั้น คุณสามารถตรวจสอบรายละเอียดการตรวจสอบของทุกเครื่องที่เน้นข้อดีข้อเสียพร้อมกับคุณสมบัติที่มีให้โดยเครื่อง คุณจะสังเกตเห็นว่าลู่วิ่งที่แนะนำอันดับต้น ๆ ของเรานั้นอยู่ในช่วง 1-2 หมื่นบาทขึ้นไป ช่วงราคานี้ช่วยให้คุณได้รับลู่วิ่งที่สร้างขึ้นอย่างดีมากจะช่วยให้คุณฝึกซ้อมอย่างหนักและมีเทคโนโลยีที่จำเป็นเพื่อให้คุณมีแรงจูงใจและใช้ลู่วิ่งของคุณในอีกหลายปีข้างหน้า

รีวิว 5 อันดับ ลู่วิ่งน่าใช้ ปี 2019

อันดับ 1

ลู่วิ่งไฟฟ้า MEGAMAX MW5 มอเตอร์ 3 แรงม้า ปรับชันไฟฟ้า 15 ระดับ โช้คสปริงใหญ่ 2 ตัว ต่อบลูทูธสั่งงานผ่านมือถือ

+ความเร็วสูงสุด 14 กมต่อชม.ความชัน แบบ ไฟฟ้า 15 ระดับ
+ความกว้างรวม 59 ซม สายพาน 42 ซม
+มีระบบรองรับแรงกระแทกด้วยโช้คสปริงคู่ใหญ่
+พื้นวิ่ง Double Layer 2 ชั้น รองรับการสั่นสะเทือน ดีเยี่ยมพับได้
+รับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม
+ปรับความชัน แบบ ไฟฟ้า ปรับได้ถึง 15 %
+พร้อมช่องเติมน้ำมันอัตโนมัติ
+พับได้ กางออกด้วยโช้คไฮโดรลิก
+ปรับโปรแกรมอัตโนมัติ ได้ 12 โปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น แบบ cardio, fat burn, endurance
+หน้าจอ LED ใช้งานงาน แสดง เวลา ระยะทาง ความเร็ว แคลลอรี่ และ อัตราการเต้นของหัวใจ
+แผงควบคุมใหญ่พิเศษ ใช้งานง่าย ชัดเจน มีปุ่ม quick speed ปุ่มลัดปรับความเร็ว
+มีระบบ safety ตัดการทำงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
+มีปุ่มปรับความเร็ว ได้ตามต้องการ
+ปรับความชันแบบ ไฟฟ้า
+มีช่องเสียบสัญญาณเสียงและสายต่อเข้ากับมือถือ และรองรับบลูทูธ
+มีปุ่มปรับ เพิ่ม/ลด เสียงเพลง
+มาพร้อมคู่มือและเครื่องมือ อธิบายวิธีการประกอบและวิธีการใช้งานชัดเจน
+ตัวเครื่องประกอบแบบสำเร็จรูป สามารถประกอบชิ้นส่วนที่เหลือได้อย่างง่ายได้

ขนาดบรรจุ 1640*740*350 มม.
ขนาดการใช้งาน 1750*1350*750 มม.

 

 

อันดับ 2

ลู่วิ่งไฟฟ้า MEGAMAX W450 สายพาน 45 ซม

ลู่วิ่งออกกำลังกาย สำหรับใช้ในบ้าน แรงม้าเต็ม 100% ความเร็วสูงสุด 14 กมต่อชม. สายพานกว้างพิเศษ 45 cm ยาวถึง 120 cm ปรับความชัน แบบ manual incline มีระบบรองรับแรงกระแทก พับได้ กางออกด้วยโช้คไฮโดรลิก ใช้ได้สำหรับทุกคนในบ้าน

+ความเร็วสูงสุด 14 กมต่อชม.
+สายพานกว้างพิเศษ 45 cm ยาวถึง 120 cm
+ปรับความชัน แบบ manual incline
+มีระบบรองรับแรงกระแทก
+พับได้ กางออกด้วยโช้คไฮโดรลิก
+ปรับโปรแกรมอัตโนมัติ ได้ 12 โปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น แบบ cardio, fat burn, endurance
+หน้าจอ LED ใช้งานงาน แสดง เวลา ระยะทาง ความเร็ว แคลลอรี่ และ อัตราการเต้นของหัวใจ
+แผงควบคุมใหญ่พิเศษ ใช้งานง่าย ชัดเจน มีปุ่ม quick speed ปุ่มลัดปรับความเร็ว
+มีระบบ safety ตัดการทำงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
+มีปุ่มปรับความเร็ว ได้ตามต้องการ
+ปรับความชันแบบ manual incline
+มีช่องเสียบ usb รองรับ ไฟล์ mp3
+มีช่องเสียบสัญญาณเสียงและสายต่อเข้ากับมือถือ
+มีปุ่มปรับ เพิ่ม/ลด เสียงเพลง
+มีที่วางเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ สำหรับ มือถือ, แทบเลต, หรือ หนังสือ
+มาพร้อมคู่มือและเครื่องมือ อธิบายวิธีการประกอบและวิธีการใช้งานชัดเจน
+ตัวเครื่องประกอบแบบสำเร็จรูป สามารถประกอบชิ้นส่วนที่เหลือได้อย่างง่ายได้

 

 

อันดับ 3

ลู่วิ่งไฟฟ้า HORIZON รุ่น ADVENTURE E ดีไซน์แข็งแรงทนทาน ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดี โดดเด่นด้วย ระบบ การวัดอัตราการเต้นหัวใจ พร้อม หน้าจอ LED สำหรับแสดงผลการออกกำลังกายแบบ Real Time รวมถึงมีโปรแกรมการออกกำลังกายมากถึง 10 โปรแกรม มอบความเพลิดเพลินในการออกกำลังกายให้กับคุณ

รายละเอียดเพิ่มเติม
+จอ LED สีส้ม 3 จอ, 1 หน้าจอ แสดงรายการด้านหน้า มี Heartrate, เชื่อมต่อ Polar ได้ (อุปกรณ์วัดการเต้นหัวใจไร้สาย)
+การแสดงผล : เวลา, ความเร็ว, tension level, ระยะทาง, แคลอรี่, อัตราการเต้นหัวใจ,ขั้นตอน, target และ การฝึกฝน
+โปรแกรม : โปรแกรมออกกำลังกาย 10 โปรแกรม, รวมถึง 3 target mode (เวลา,ระยะทาง, แคลอรี่), 3 โหมดพื้นฐาน (Manual, intermittent, weight loss) และอัตราการเต้นหัวใจ
+มอเตอร์ : 2.0 CHP
+ความเร็ว : 0.8 – 18 km/h
+ความลาดเอียง : 0 – 10%
+พื้นที่ผ้ายาง : 140 x 50 cm.
+ความหนาผ้ายาง : 4 mm.
+ระบบ folding : light folding
+ความบันเทิง : audio input/output, streo speaker
+Heart Rate : โดยทางมือจับ
รับน้ำหนักสูงสุด : 125 kg.
ขณะใช้งาน : 180 x 86 x136 cm.
ขณะพับเก็บ : 121 x 86 x 151 cm.

คุณสมบัติพิเศษ : เมื่อเครื่องหยุดทำงานระยะหนึ่ง จะเข้าสู่โหมด SLEEP เพื่อประหยัดพลังงาน
ภายในติดตั้งลำโพง (audio stereo) ให้คุณสามารถออกกำลังกาย ไปพร้อมกับฟังเพลง ที่ชื่นชอบได้
มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงและทนทาน มอเตอร์ของจอห์นสันที่ทำงาน เงียบ ทนทาน ได้รับความบันเทิงในการวิ่ง โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง การดูแลรักษา
ดูดซับแรงกระแทก เพื่อประสบการณ์ในการออกกำลังกายได้เต็มที่ ที่ดีที่สุด

อันดับ 4

ลู่วิ่งไฟฟ้า รุ่น M8 12 โปรแกรม ปรับความชันด้วยไฟฟ้า สายพานกว้าง 46 ซม. 3แรงม้าพีค

+ความเร็วสูงสุด 16 กมต่อชม.
+ขนาดสายพานกว้างถึง 46 ซม.
+ปรับความชัน แบบ ไฟฟ้า
+มีระบบรองรับแรงกระแทก ด้วยโช้คสปริงคู่
+พับได้ กางออกด้วยโช้คไฮโดรลิก
+ปรับโปรแกรมอัตโนมัติ ได้ 12 โปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น แบบ cardio, fat burn, endurance
+หน้าจอ LED ใช้งานงาน แสดง เวลา ระยะทาง ความเร็ว แคลลอรี่ และ อัตราการเต้นของหัวใจ
+แผงควบคุมใหญ่พิเศษ ใช้งานง่าย ชัดเจน มีปุ่ม quick speed ปุ่มลัดปรับความเร็ว
+มีระบบ safety ตัดการทำงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
+มีปุ่มปรับความเร็ว ได้ตามต้องการ
+ปรับความชันแบบ ไฟฟ้า
+มีช่องเสียบ usb รองรับ ไฟล์ mp3
+มีช่องเสียบสัญญาณเสียงและสายต่อเข้ากับมือถือ
+มีปุ่มปรับ เพิ่ม/ลด เสียงเพลง
+มาพร้อมคู่มือและเครื่องมือ อธิบายวิธีการประกอบและวิธีการใช้งานชัดเจน
+ตัวเครื่องประกอบแบบสำเร็จรูป สามารถประกอบชิ้นส่วนที่เหลือได้อย่างง่ายได้

พื้นที่วิ่ง 1250x460mm
ขนาดบรรจุ 1740x820x380mm
น้ำหนักสินค้า 75 กก.
น้ำหนักรวมกล่อง 68 กก.
ความเร็วสูงสุด 16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อันดับ 5

ลู่วิ่งไฟฟ้า Horizental  Adventure CL

คุณสมบัติ

  • มอเตอร์ 3.15 HP (Max Power) / ความต่อเนื่อง 2.25 CHP
  • สายพานขนาด 140 x 51 cm
  • ควาหนาสายพาน 1.4 mm
  • ความชัน 0 – 10%
  • ความเร็ว 0.8 – 18 กม./ชม.
  • โปรแกรม 9 โปรแกรม
  • หน้าจอ LCD 5″
  • คุณลักษณะพิเศษ Energy Saver Mode
  • การแสดงผล: เวลา ความเร็ว ความชัน ระยะทาง แคลลอรี่ หัวใจ
  • จุดวัดชีพจร เป็นแบบมือจับ
  • เชื่อมต่อ PASSPORT BOX ได้
  • รองรับการวัดชีพจรแบบไร้สาย Polar
  • ระบบรองรับแรงกระแทก Flex Tech Cushioning System ™
  • ลำโพงใหญ่คู่หน้า
  • รับน้ำหนักได้ 125 kg
  • ขนาดเครื่อง 180 x 86 x 136 cm
  • น้ำหนัก 85 kg