ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคปัจจุบัน “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ รถ EV ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ หากสังเกตบนท้องถนนจะมีรถประเภทนี้ขับขี่อยู่พอสมควร เมื่อบวกกับจุดเด่นในหลายด้านนั่นอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณสนใจซื้อรถประเภทนี้มาใช้งาน จึงขอพามารีวิว 5 รุ่น รถยนต์ไฟฟ้า 2026 คันไหนเหมาะกับการขับขี่ ตอบโจทย์ได้ตามที่ใจคาดหวัง
จุดเด่นของการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า
อย่างที่เกริ่นไว้ว่าการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้ามีข้อดีด้วยกันหลายด้าน ซึ่งสามารถสรุปให้ทุกคนเห็นภาพและเป็นเหตุผลเพิ่มการตัดสินใจซื้อใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม
- ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะการใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่มีต้นทุนต่ำกว่าหลายเท่า
- ลดภาวะโลกร้อน ปัญหาก๊าซเรือนกระจกจากการไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่โลกกำลังพบเจอปัญหาในตอนนี้
- การทำงานเงียบเพราะแรงขับเคลื่อนเกิดจากพลังงานไฟฟ้า จึงไม่มีการเผาไหม้และการจุดระเบิดแบบเครื่องยนต์สันดาป ช่วยลดมลพิษทางเสียงได้ด้วย
- สะดวกในการเติมพลังงาน สามารถติดตั้งเครื่องชาร์จแบตเตอรี่แล้วทำการชาร์จจากที่บ้านได้เลย โดยเฉพาะช่วงกลางคืนหรือวันที่ไม่ได้ขับรถออกไปไหน
ประเภทรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานในยุคปัจจุบัน
1. รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV)
รถยนต์ระบบ Hybrid Electric Vehicle หรือรถ HEV คือรูปแบบของการใช้เครื่องยนต์สันดาปและระบบไฟฟ้าทำงานร่วมกัน ตัวเครื่องรถจึงมีทั้งเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ พลังขับเคลื่อนหลักมาจากไฟฟ้าแต่ยังสามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้กรณีฉุกเฉิน การชาร์จเป็นระบบ Self-Charging จึงชาร์จจากภายนอกไม่ได้
2. รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)
เป็นระบบที่พัฒนามากขึ้นโดยเลือกได้ว่าต้องการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ควบคู่กับแบตเตอรี่ไฟฟ้า หรือต้องการขับแบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว สามารถชาร์จไฟจากภายนอกได้ สมรรถนะโดยรวมและความเสถียรจึงดีกว่ารถ HEV
3. รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV)
Battery Electric Vehicle คือ รถยนต์ที่ไม่มีการนำระบบเครื่องยนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง การขับเคลื่อนทั้งหมดมาจากพลังงานไฟฟ้า 100% จึงต้องอาศัยการชาร์จไฟอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้รถเดินทางไปยังเส้นทางตามที่ต้องการ ลดมลพิษได้ดีเยี่ยม
4. รถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV)
รถยนต์ไฟฟ้าประเภทนี้ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนักในเมืองไทย แต่หลักการคือใช้ก๊าซไฮโดรเจนจากเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle) ซึ่งต้องเติมมาจากภายนอกเกิดเป็นพลังงานสูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่ยังต้องพัฒนาต่อเนื่อง
รีวิว 5 รุ่นมาแรงของรถยนต์ไฟฟ้า 2026 คัดมาให้แล้ว
1. JEACOO EV5

รถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% ที่จะพาคุณขับเคลื่อนไปบนทุกเส้นทางได้อย่างอิสระไร้ขีดจำกัด โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ SUV ภายใต้ปรัชญา Origin of Nature ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขยายพื้นที่ได้สูงสุด 1,284 ลิตร หน้าจอคอนโซลแบบสัมผัส กระจกหลังคาแบบ Panoramic Fixed Glass Roof ระบบปรับอากาศแยก 2 โซน จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัยมากมายทั้งระบบป้องกันออกนอกเลน ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และอีกมากมาย ในราคาเริ่มต้นเพียง 679,000 บาท
จุดเด่น
- ดีไซน์รถแบบ SUV พื้นที่กว้างขวาง เหมาะกับรถครอบครัว
- กระจกหลังคาแบบ Panoramic Fixed Glass Roof เพลินไปกับบรรยากาศระหว่างทาง
- เทคโนโลยีเสริมช่วยเพิ่มความปลอดภัยทุกเส้นทางขับขี่
2. BYD Dolphin

รถยนต์ไฟฟ้า 5 ที่นั่ง แบบ 5 ประตู ที่พร้อมปลุกพลังในทุกเส้นทางการขับขี่ของคุณให้เร้าใจยิ่งกว่าเคย จัดเต็มระบบ Blade Battery 60.48 กิโลวัตต์ / ชั่วโมง ชาร์จเร็วทันใจ รับประกันนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. หัวชาร์จ AC Type 2 (7 กิโลวัตต์) / DC CCS 2 (80 กิโลวัตต์) ระยะทางสูงสุด 490 กม. มอเตอร์ 150 กิโลวัตต์ ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. เพียง 7.0 วินาที มีระบบ VtoL ต่อไฟจากแบตเตอรี่ไปยังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยตรง ภายนอกออกแบบสะท้อนถึงวิถีชีวิตแห่งโลมา ไฟท้าย LED รูปทรงเรขาคณิต ภายในมีหลังคากระจกพร้อมฟังก์ชันสั่งการด้วยเสียง (เฉพาะรุ่น Extended) รองรับชาร์จมือถือไร้สาย และอีกมากมาย ราคาเริ่มต้นเพียง 449,900 บาท
จุดเด่น
- รับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
- ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. เพียง 0.7 วินาที
- ดีไซน์ภายนอกสวยงามแทบทุกจุดพร้อมสีสันแห่งความหรูหรา
3. BYD Atto 3

อีกรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าจากค่าย BYD จัดเต็มกับระบบ Blade Battery 60.48 กิโลวัตต์ / ชั่วโมง รับประกันนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. หัวชาร์จ AC Type 2 (7 กิโลวัตต์) / DC CCS 2 (80 กิโลวัตต์) ระยะทางสูงสุด 480 กม. มอเตอร์ 150 กิโลวัตต์ ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. เพียง 7.37 วินาที ดีไซน์ภายนอกไฟ LED คาดคิ้วโครเมียมเข้ากับไฟท้าย LED คาดยาวทรงปีกนก เสา C ลายคลื่นน้ำ พร้อมเส้นสายรอบคัน ภายในหลังคา Panoramic Sunroof เปิด/ปิด แบบ One-touch พื้นที่ขนาดใหญ่สูงสุด 1,340 ลิตร หน้าจอคอนโซลแบบสัมผัส และความเหนือระดับอีกเพียบ ราคาเริ่มต้น 949,900 บาท
จุดเด่น
- รับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
- ดีไซน์ภายนอกสวย ล้ำสมัยด้วยเส้นสายแบบเฉพาะ
- พื้นที่ภายในขนาดใหญ่สูงสุดถึง 1,340 ลิตร
4. Deepal S05

ต่อด้วยรถยนต์ไฟฟ้า EV 100% แบบ SUV ขนาดกลาง เลือกได้ทั้งประเภท BEV และ REEV โดยขอรีวิวแบบ BEV จัดเต็มกำลังสูงสุด 238 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 180 กม. / ชม. ขับขี่ได้ไกล 470 กม. ทำความเร็ว 0-100 กม. / ชม. เพียง 7.3 วินาที รองรับหัวชาร์จ Type 2 / CCS Combo ชาร์จแบบ AC สูงสุด 7 kW และ DC สูงสุด 152 kW โดยชาร์จ DC จาก 30-80% ได้ใน 15 นาที ดีไซน์ภายนอกเน้นความทันสมัย มือเปิดประตูภายนอกแบบซ่อน ภายในมีหลังคากระจก Panoramic Fixed Roof เลือกได้ 5 สี หน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ 15.4 นิ้ว หมุนได้ตามคนนั่ง ระบบเสียง 14 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีสุดล้ำอีกเพียบ ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท
จุดเด่น
- ชาร์จเร็ว ไม่ต้องเสียเวลารอนานเมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น
- ทำความเร็วได้ดี กำลังม้าสูง ขับขี่ไกล แทบไม่ต่างจากรถสันดาปปกติ
- ภายในจัดเต็มเทคโนโลยีและความทันสมัย สร้างความสะดวกสบาย
5. MG4

เต็มที่กับความสนุกกับ MG4 ซึ่งมีให้เลือก 4 รุ่น แต่ขอรีวิวเป็นรุ่น XPOWER ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ขับได้ระยะทางไกลสุด 540 กม. กำลังสูงสุด 435 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที รองรับการชาร์จสูงสุด 140kW ระบบ Dual Motor และพวงมาลัย Dual Pinion ตอบสนองเร็วและแม่นยำ โครงสร้างออกแบบให้กระจายน้ำหนัก จุดศูนย์ถ่วงต่ำ เกาะถนนดี เข้าโค้งสบาย พร้อมด้วย RUBIK’S CUBE BATTERY นวัตกรรมแบตเตอรี่แบบแนวนอน ร่วมกับเทคโนโลยี CELL-TO-PACK ลดขนาด และน้ำหนัก เพิ่มพื้นที่ห้องโดยสาร ระบายความร้อนได้ดี ราคาเริ่มต้น 549,900 บาท
จุดเด่น
- ขับได้ระยะทางไกล อัตราเร่งสูง สบายใจในทุกเส้นทาง
- พวงมาลัย Dual Pinion ตอบสนองเร็วและแม่นยำ
- RUBIK’S CUBE BATTERY น้ำหนักและขนาดลดลง พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขึ้น
ทั้งหมดนี้คือ 5 รุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่นำมารีวิวให้ได้รู้จักกันในปี 2026 มีรุ่นไหนโดนใจ หรืออยากจับจองเป็นเจ้าของก็ลองศึกษาข้อมูลเพื่อเทียบความเหมาะสมกันอีกครั้งได้เลย เพราะแต่ละคันเองย่อมมีความโดดเด่นคนละด้าน หากเจอคันถูกใจนั่นหมายถึงความสุขในทุกเส้นทางขับขี่ของคุณอยู่ไม่ไกลเกินจริง