รีวิว 5 Homegym น่าใช้ภายในบ้าน ฟังก์ชันครบ ดีต่อสุขภาพ

การเริ่มต้นออกกำลังกายที่บ้านสามารถสร้างแรงบันดาลใจได้ง่าย ๆ หากคุณมี Homegym สักเครื่องไว้ใช้งาน ซึ่งปัจจุบันราคาไม่ได้แพงแถมยังช่วยประหยัดงบการไปฟิตเนส ไม่เสียเวลาเดินทาง และเล่นกันได้ทั้งครอบครัวอีกต่างหาก ใครกำลังมองหาเครื่องออกกำลังกายตัวนี้อยู่จะขอรีวิว 5 Homegym น่าใช้ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์ด้านสุขภาพ

Homegym คืออะไร?

Homegym คือ ชนิดของเครื่องออกกำลังกายที่ถูกออกแบบสำหรับใช้งานภายในบ้านลักษณะคล้ายกับเครื่องเล่นในฟิตเนสแต่เป็นการรวมเอาวิธีหรือเทคนิคการเล่นหลายชนิดมาไว้ในเครื่องเดียว เพื่อความสะดวก ง่ายดาย และยังช่วยลดพื้นที่การติดตั้ง จึงสามารถจัดมุมหรือห้องเฉพาะภายในบ้านก็สามารถใช้งานได้ ไม่ว่าคุณอยากเล่นส่วนไหนเครื่องนี้ก็พร้อมรองรับ

อุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมีสำหรับ Homegym

1. บาร์เบล

อุปกรณ์ชิ้นแรกที่ขาดไม่ได้เพราะจะช่วยให้คุณเล่นทุกสัดส่วนของร่างกายได้ตามที่ต้องการ มีด้วยกันหลายขนาด ใช้ร่วมกับอุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อกันแบบจัดเต็มได้เลย

2. ม้านั่ง

เมื่อมีบาร์เบลจะขาดม้านั่งสำหรับออกกำลังกายคงไม่ได้เช่นกัน เน้นความแข็งแรง รับน้ำหนักได้ดี เบาะภายนอกผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง ไม่ฉีกขาดง่าย และสามารถปรับระดับได้ตามความเหมาะสม

3. ดัมเบล

ไอเทมคู่หูของสายออกกำลังกายตัวจริงที่ยังไงก็ต้องมีใน Homegym เพราะใช้สำหรับการเล่นท่าทางต่าง ๆ ให้เหมาะกับลักษณะของกล้ามเนื้อที่ต้องการสร้าง สามารถเลือกขนาดและน้ำหนักได้ตามการใช้งานจริง

4. ยางยืดสำหรับออกกำลังกาย

นี่คืออุปกรณ์อีกชิ้นที่ใครเวทเทรนนิ่งประจำจะรู้ว่าสำคัญมาก ปกติแล้วมักใช้สำหรับท่าทางการดึงเพื่อเป็นการวอร์มให้ร่างกายพร้อมสำหรับการใช้งานหนัก แถมยังช่วยสร้างกล้ามเนื้อบางจุด เช่น หน้าท้อง แขน ได้ดีมาก

5. สมิธแมชชีน

เป็นเครื่องออกกำลังกายที่มักมาพร้อมกับความครบครันของ Homegym เพราะสามารถใช้งานได้หลากสไตล์ มีความปลอดภัยสูง ฟังก์ชันต่าง ๆ ตอบโจทย์ แม้ราคาสูงสักเล็กน้อยแต่ยืนยันถึงความคุ้มค่า

รีวิว 5 Homegym น่าใช้ภายในบ้าน มีรุ่นไหนบ้าง

1. Multi-Function Homegym 3 Station รุ่น 930

Homegym ตัวแรกที่ขอแนะนำมีความครบครันของอุปกรณ์โดยแบ่งออกเป็น 3 Station สามารถเล่นได้ทั้งการเวทเทรนนิ่งและการคาร์ดิโอ อยากเพิ่มกล้ามเนื้อส่วนไหน หรืออยากสร้างความฟิตให้กับปอดและหัวใจก็ไม่มีปัญหา โครงสร้างทำจากเหล็กคุณภาพสูง แข็งแกร่ง ทนทาน แผ่นน้ำหนักหนัก 70 กิโลกรัม ปรับระดับได้ รองรับน้ำหนักรวม 125 กิโลกรัม เบาะนั่งปรับระดับพร้อมถอดเข้า-ออกเพื่อใช้งานกับจุดอื่นสบาย ๆ ไฮไลต์คือมีกระสอบทรายและนวมแถมอีกต่างหาก

จุดเด่น

  • ความครบครัน 3 Station ออกกำลังกายได้ทั้งเวทเทรนนิ่งและคาร์ดิโอ
  • โครงสร้างเหล็กคุณภาพสูง รับน้ำหนักได้สูง 125 กิโลกรัม
  • มีกระสอบทรายพร้อมนวมเพื่อใช้ในการคาร์ดิโอต่อยมวย

2. Homegym รุ่น 1187

สำหรับสายกะทัดรัด พื้นที่น้อย ราคาไม่แรง นี่คือตัวเลือกโฮมยิมที่น่าสนใจ แม้ความครบครันอาจไม่ได้เยอะแต่ก็ช่วยให้คุณสามารถเวทเทรนนิ่งได้อย่างมั่นใจ เช่น ท่า Lat Pull Down, Seated Row, Chest Press, Leg Press, Leg Extension, Preacher Curl เป็นต้น โครงสร้างผลิตจากเหล็กเคลือบกันสนิมความหนา 1.5 มม. แข็งแกร่ง ทนทาน มาพร้อมแผ่นน้ำหนักสูงสุด 65 กิโลกรัม ปรับระดับได้ รองรับน้ำหนักสูงสุด 120 กิโลกรัม ดีไซน์สวย ตอบโจทย์กับทุกการใช้งาน

จุดเด่น

  • ขนาดกะทัดรัดแต่ฟังก์ชันการเล่นเวทเทรนนิ่งครบครัน
  • โครงสร้างผลิตจากเหล็กเคลือบกันสนิมความหนา 1.5 มม. แข็งแกร่ง ทนทาน
  • ดีไซน์สวย อุปกรณ์ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. Homegym 1 Station รุ่น 187 Load 98 LBS

มาเปลี่ยนมุมบ้านของคุณให้เป็นมุมแห่งสุขภาพกับ Homegym สุดกะทัดรัด แต่ฟังก์ชันครบครัน ถูกออกแบบเพื่อการใช้งานหลากสไตล์ เล่นได้หลายท่าไม่ว่าจะเป็น Tricep Extension, Leg Extension, Ticep Push-Down, Lat Pull Down, Bicep Curl, Pectoral Fly, Seated Press Bar Row และอีกมากมาย แผ่นโหลด 10 LBS 9 แผ่น  8 LBS 1 แผ่น รวมแผ่นโหลด 44.4 กิโลกรัม ปรับได้ 10 ระดับ ขนาดรวม 134 x 104 x 206 ซม. รับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กิโลกรัม

จุดเด่น

  • ขนาดกะทัดรัด แต่ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์การเวทเทรนนิ่ง
  • รับน้ำหนักได้สูงสุด 120 กิโลกรัม
  • อุปกรณ์ครบครัน สามารถเล่นท่าออกกำลังกายได้หลากหลาย

4. North Fitness 1 Station G1000PRO Homegym Multi-Function

Homegym ขนาด 123.5 x 190 x 208 ซม. มาพร้อมความครบครัน วัสดุจากเหล็กเคลือบกันสนิม แข็งแกร่ง ทนทาน ไม่โคลงเคลง รับน้ำหนักได้สูงสุด 200 กิโลกรัม แผ่นน้ำหนักรวม 90 กิโลกรัม เบาะถอดเข้า-ออกได้ มีที่จัดเก็บอุปกรณ์ในตัว แถมอุปกรณ์เสริม แกนหยักยาว, แกนสั้น, เชือก, เคเบิ้ลกริป, สายรัดขา เพื่อการออกกำลังกายในหลายท่วงท่า เบาะหุ้มด้วยหนังคุณภาพดี หนา ทนทาน ฐานเครื่องมียางรองกันลื่น และป้องกันไม่ให้พื้นขีดข่วน

จุดเด่น

  • วัสดุเหล็กเคลือบกันสนิม แข็งแรง รับน้ำหนักได้ 200 กิโลกรัม
  • มีที่จัดเก็บอุปกรณ์ในตัว เบาถอดเข้า-ออกได้
  • มาพร้อมอุปกรณ์เสริม แกนหยักยาว, แกนสั้น, เชือก, เคเบิ้ลกริป, สายรัดขา

5. North Fitness Multi Gym 5 Station รุ่น Matrix-62

มองหาโฮมยิมแบบครบ จบในเครื่องเดียว นี่คือตัวเลือกห้ามพลาด กับอุปกรณ์เวทเทนนิ่งถึง 5 สถานี สายเคเบิ้ลปรับได้ 13 ระดับ สลิงหนา 5 มม. ระยะเบาะปรับได้ 4 ระดับ วัสดุเหล็กหนามาตรฐานโรงงานเคลือบ Epoxy Powder Coat ป้องกันการขีดข่วน ฝาครอบชุดน้ำหนักป้องกันอันตราย แผ่นน้ำหนัก 12 แผ่น แผ่นละ 6 กก. รวม 72 กก. 2 ชุด มีลูกรอกระบบลูกปืนลดแรงต้านทาน ขนาด 215 x 335 x 213 ชม. สามารถเล่นพร้อมกันได้ 4 คน

จุดเด่น

  • เวทเทรนนิ่ง 5 สถานี เล่นได้พร้อมกัน 4 คน
  • วัสดุเหล็กหนามาตรฐานโรงงานเคลือบ Epoxy Powder Coat ป้องกันการขีดข่วน
  • มีฝาครอบชุดน้ำหนักป้องกันอันตราย

การใช้งาน Homegym เป็นอีกตัวเลือกดี ๆ สำหรับการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะสายเวทเทรนนิ่งที่ไม่อยากเสียเงินแพง ๆ ไปเล่นฟิตเนส รวมถึงคนในครอบครัวยังสามารถใช้งานได้แบบทั่วถึง ไม่ว่าคุณเป็นสายสร้างกล้ามเนื้อ ต้องการลดน้ำหนัก หรือดูแลสุขภาพของตนเอง รีวิว 5 โฮมยิมของเราจะช่วยให้การตัดสินใจซื้อเป็นเรื่องง่ายกว่าเดิม

รีวิว 5 Smith Machine ของสายสุขภาพและคนรักการเข้ายิมฟิตเนส

เทรนด์ดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายมาแรงสุด ๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นั่นทำให้ “Smith Machine” เป็นอีกตัวเลือกยอดฮิตไม่ว่าจะเป็นคนที่อยากมีไว้ใช้งานที่บ้าน หรือเจ้าของธุรกิจยิม ฟิตเนสเองก็ตาม หากคุณกำลังมองหาเครื่องออกกำลังกายชิ้นนี้อยู่ จะขอจัดอันดับรีวิว 5 Smith Machine ยอดนิยม เพื่อคนรักสุขภาพ แต่ละรุ่นมีจุดเด่นและความน่าสนใจมาก

Smith Machine คืออะไร?

Smith Machine คือ ประเภทของเครื่องออกกำลังกายประเภทเวทเทรนนิ่ง (Weight Training เพิ่มกล้ามเนื้อที่มีฟังก์ชันหลายรูปแบบ โดยหลักสำคัญจะเป็นเครื่องที่มีบาร์เบลปรับระดับได้ตามแนวตั้งพร้อมตัวถ่วงน้ำหนักเพื่อให้ผู้ใช้ได้ฟิตกันเต็มที่ รวมถึงยังสามารถซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มเติมอื่น ๆ หรือกรณีที่ทางผู้ขายมีการจัดชุดโปรโมชั่นให้แล้วจะสะดวก คุ้มค่า จ่ายเงินเพิ่มแต่พร้อมออกกำลังกายทุกส่วน เช่น ท่าสควอท เดดลิฟท์ การยกน้ำหนักเหนือหัว เป็นต้น

ข้อดีของการใช้งาน Smith Machine

1. สร้างความปลอดภัย

การเวทเทรนนิ่งด้วยการยกน้ำหนักหรือยกดัมเบล ยิ่งน้ำหนักมากโอกาสเสี่ยงต่ออันตรายย่อมสูงขึ้น การใช้ Smith Machine ซึ่งมีระบบล็อกระหว่างบาร์เบลกับตัวเครื่องจึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะใช้งาน ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝัน

2. ลดอาการบาดเจ็บ

บ่อยครั้งคนเล่นฟิตเนสมักบาดเจ็บจากใช้ท่าทางผิด หรือเลือกน้ำหนักการเล่นมากเกินไป การมีเครื่องออกกำลังกายตัวนี้จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องดังกล่าวได้ดี หากคุณยกแล้วไม่ไหวก็ยังมีระบบรองรับไม่ให้เล่นผิดเท่าหรือบาร์เบลหล่นลงมาสร้างความเสียหายและอาการบาดเจ็บ

3. ใช้ท่าทางได้เยอะ ฝึกกล้ามเนื้อหลายส่วน

นอกจากบาร์เบลแล้วคุณยังสามารถใช้อุปกรณ์อื่น ๆ ร่วมกับเครื่อง Smith Machine ได้ เช่น Cable Machine, Pull-up Bar, Dip Bar นั่นหมายถึงคุณสามารถเพิ่มท่าทางเพื่อบริหารกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนอื่น เช่น อก ไหล่ หลัง หน้าท้อง และขา เหมาะกับการฟิตหุ่นหรือลดน้ำหนักมาก

4. คุ้มค่า เหมาะกับการใช้งานทุกประเภท

ไม่ว่าจะเป็นการซื้อเพื่อใช้ออกกำลังกายที่บ้าน หรือคนทำธุรกิจยิม ฟิตเนส ซื้อไปใช้งานก็สัมผัสกับความคุ้มค่าทั้งคุณภาพ ใช้ท่าทางออกกำลังกายได้เยอะ แข็งแรง ทนทาน ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์บางชนิดเพิ่มเติมก็สามารถเล่นได้แทบทุกส่วนกล้ามเนื้อ

รีวิว 5 Smith Machine ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและความคุ้มค่า

1. G9 Smith Machine

เริ่มกันที่รุ่นแรกกับเครื่อง Smith Machine คุณภาพสูง รอกพร้อมด้ามจับ 2 ชิ้น สามารถปรับได้แบบอิสระ ระดับความสูงมากสุด 32 นิ้ว แผ่นรองเท้าขนาดใหญ่ อุปกรณ์ Landmine หรือตัวยึดปลายด้านหนึ่งของบาร์เบลไว้กับพื้นหรือฐาน ปรับได้แบบ 360 องศา ช่วยให้การหมุนแนวโค้งขณะใช้ทำได้แบบอิสระ ความสูงรวม 2.21 ม. ความกว้างรวมบาร์เบล 196.8 ซม. เสาตั้งผลิตจากท่อเหล็กคุณภาพสูงขนาด 2.2 มม. มาพร้อมอุปกรณ์พื้นฐานแบบจัดเต็มกันไปเลย

จุดเด่น

  • แผ่นรองเท้าขนาดใหญ่ ช่วยให้การวางเท้าสบายมากขึ้น
  • อุปกรณ์ Landmine ปรับได้ 360 องศา เพิ่มความถนัดและกระชับให้กับการยก
  • อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ มีให้ครบครัน (ยกเว้นเบาะนั่ง)

2. DS925-B Smith Machine-HomeGym

เครื่องสมิธแมชชีนตัวนี้มีขนาดรวม 240 x 215 x 220 ซม. จัดเต็ม 2 เครื่องในตัวเดียว ได้แก่ Homegym & Smitch Machine รวมถึงยังเล่น Leg Press ได้ แผ่นรับน้ำหนักทั้งหมด 14 แผ่น รวม 63 กิโลกรัม โครงสร้างหลักผลิตจากเหล็กเคลือบสีป้องกันสนิม แข็งแกร่ง ทนทาน คุณภาพสูง ตัวโครงสร้างเหล็กหนา 2 มม. สายเคเบิ้ลรับน้ำหนักสูงสุด 500 กิโลกรัม ขนาดลูกรอก 50 x 50 x 1.1 มม. รองรับน้ำหนักผู้ใช้สูงสุด 120 กิโลกรัม แถมฟรีเบาะหุ้ม PU อย่างหนาและขนาดใหญ่พิเศษ

จุดเด่น

  • มี 2 เครื่องในตัวเดียว ได้แก่ Homegym & Smitch Machine
  • เคเบิ้ลรับน้ำหนักสูงสุด 500 กิโลกรัม
  • แถมฟรีเบาะหุ้ม PU อย่างหนาและขนาดใหญ่พิเศษ

3. G12 Smith Machine

Smith Machine มีขนาดกว้าง 204 ซม. ยาว 150 ซม. สูง 202 ซม. มาตรฐานเกรดส่งออกอเมริกาและยุโรป จัดเต็มกับแผ่นน้ำหนักในตัวแบบ Stack 34 กิโลกรัม และยังเสริมแผ่น Plate Load ได้ตามชอบ โครงสร้างผลิตจากเหล็กเคลือบกันสนิมอย่างดี แข็งแกร่ง ทนทาน หมดกังวลกับการยกน้ำหนักด้วยระบบ Double Safety แบบ Pin Lock เข้าล็อกได้แม่นยำ และยังมี Anti Fall กันบาร์ตก ตัว Cable ใช้งานได้หลากสไตล์พร้อมระบบ Rack ในตัว และมีอุปกรณ์เสริมให้ครบเซ็ต เช่น บาร์โหน บาร์ข้าง ฯลฯ

จุดเด่น

  • แผ่นน้ำหนักในตัวแบบ Stack 34 กิโลกรัม และยังเสริมแผ่น Plate Load ได้ตามชอบ
  • ระบบ Double Safety แบบ Pin Lock เข้าล็อกได้แม่นยำ และยังมี Anti Fall กันบาร์ตก
  • Cable ใช้งานได้หลากสไตล์พร้อมระบบ Rack ในตัว และมีอุปกรณ์เสริมให้ครบ

4. HOMEFITTOOLS รุ่น G3+ SET-L Smith Machine

เครื่องออกกำลังกายที่พร้อมให้คุณเล่นได้ทุกสัดส่วนกล้ามเนื้อถึง 43 ท่า สายสลิงผลิตจากลวดเกรดพรีเมี่ยม หนา 5 มม. ทนทาน ปรับความสูงได้ถึง 19 ระดับ แกนเหล็กมีลูกปืนด้านในเพิ่มความลื่นไหล บาร์เบลรองรับแผ่นน้ำหนัก 2 นิ้ว สูงสุด 200 กิโลกรัม บานพับหมุนได้ 360 องศา แบบอิสระ ที่ค้ำวางบาร์เบลปรับได้ 14 ระดับ โครงสร้างแข็งแกร่ง รับน้ำหนักสูงสุด 300 กิโลกรัม ด้วยเหล็กเคลือบกันสนิมหนา 2.5 มม. ตัวเครื่องขนาด กว้าง 2.00 เมตร x ยาว 1.45 เมตร x สูง 2.20 เมตร

จุดเด่น

  • โครงสร้างแข็งแกร่ง รับน้ำหนักสูงสุด 300 กิโลกรัม ด้วยเหล็กเคลือบกันสนิมหนา 2.5 มม.
  • บาร์เบลรองรับแผ่นน้ำหนัก 2 นิ้ว สูงสุดถึง 200 กิโลกรัม
  • สายสลิงผลิตจากลวดเกรดพรีเมี่ยม หนา 5 มม. ทนทาน ปรับความสูงได้ถึง 19 ระดับ

5. IRONTEC™ รุ่น S230 Smith Machine

ปิดท้ายด้วยเครื่องออกกำลังกายสำหรับใช้งานในบ้าน ขนาดเครื่อง 200 x 180 x 224 ซม. จัดเต็ม 4 ฟังก์ชัน แบบ 4 in 1 ได้แก่ Smith Machine พร้อมเซฟตี้ล็อกในตัว, Cable Crossover ปรับระดับซ้าย-ขวาอิสระ, Power Rack สำหรับสาย Free Weight และ Pull-Up Bar ดึงตัวได้หลายท่า มั่นคง แข็งแรง มาพร้อมแผ่นน้ำหนักรวม 160 กิโลกรัม (บาร์รับได้สูงสุด 200 กิโลกรัม) สายเคเบิ้ลปรับได้ 35 ระดับ Power Rack ปรับได้ 28 ระดับ พร้อมอุปกรณ์เสริมสุดครบครันอีก 11 อย่าง

จุดเด่น

  • เล่นได้หลากหลายจัดเต็มถึง 4 ฟังก์ชัน ในเครื่องเดียว
  • สายเคเบิ้ลปรับได้ 35 ระดับ Power Rack ปรับได้ 28 ระดับ
  • มีอุปกรณ์เสริมสุดครบครันให้อีกถึง 11 อย่าง

สำหรับใครที่กำลังมองหา Smith Machine ไว้ใช้งานที่บ้าน นี่คือ 5 รุ่น ที่คัดสรรมาแล้วว่าคุณภาพสูง ใช้งานได้ดี คุ้มค่ากับการลงทุน เริ่มต้นดูแลสุขภาพตนเองด้วยการออกกำลังกาย สร้างกล้ามเนื้อ ลดไขมัน ควบคุมน้ำหนัก ไม่ต้องจ่ายเงินแพง ๆ เข้าฟิตเนส แถมไม่ใช่แค่คุณคนเดียวแต่ทุกคนในครอบครัวยังสามารถดูแลตนเองได้ง่าย ๆ จากการเล่นฟิตเนสอีกต่างหาก

รีวิว 5 อันดับ โซฟาไฟฟ้า ยอดนิยม อัปเดตล่าสุดปี 2026

“โซฟาไฟฟ้า” เฟอร์นิเจอร์ที่กำลังได้รับความนิยมด้วยความสะดวก ผ่อนคลาย ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตตลอดวัน แถมยังมีฟังก์ชันน่าสนใจ สีสัน ดีไซน์สวยงามให้เลือกอีกเพียบ แต่สำหรับใครยังไม่รู้ว่าจะซื้อโซฟาไฟฟ้า ยี่ห้อไหนดี แล้วมีข้อมูลอะไรน่าสนใจที่ควรรู้อีกบ้าง มารีวิวจัด 5 อันดับ โซฟาไฟฟ้า ยอดนิยม อัปเดตล่าสุดปี 2026 กันได้เลย!

โซฟาไฟฟ้า คืออะไร

โซฟาไฟฟ้า คือ ประเภทของโซฟาที่มีการนำระบบไฟฟ้าเข้ามาเชื่อมต่อเพื่อเพิ่มความสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น มีฟังก์ชันเสริมต่าง ๆ ให้สามารถทำงานได้แบบอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือปรับด้วยตนเอง มีทั้งแบบโซฟาเดี่ยว 1 ที่นั่ง 2 ที่นั่ง และดีไซน์อื่นตามการออกแบบ รวมถึงยังผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง เช่น หนังแท้ หนัง PU พร้อมสีสันสวยงาม

ข้อดีของการใช้งานโซฟาไฟฟ้า

1. สะดวกสบาย ผ่อนคลายได้ทุกอิริยาบถ

คุณสามารถพักผ่อนหลังจากเหนื่อยล้ามาตลอดวันด้วยการนั่งลงบนโซฟาไฟฟ้า จากนั้นสามารถปรับระดับการนอนและท่วงท่าต่าง ๆ ได้ตามชอบ ซึ่งการได้หยุดพักแบบนี้ไม่ว่าช่วงเวลาใดย่อมสร้างความผ่อนคลาย สบายกายสบายใจ เสมือนช่วยเพิ่มพลังชีวิตได้มากขึ้นกว่าเดิม

2. ฟังก์ชันจัดเต็ม ตอบโจทย์การพักผ่อน

ข้อดีสำคัญของการใช้งานโซฟาไฟฟ้าจะมีเรื่องของฟังก์ชันต่าง ๆ เข้ามาเสริมให้เกิดความแตกต่างจากโซฟาทั่วไป เช่น การใช้รีโมต หรือปุ่มปรับเอนแทนการกดคันโยก การมีระบบนวดอัตโนมัติลดความเหนื่อยล้าสะสมในแต่ละวัน ระบบปรับอุณหภูมิให้เหมาะกับร่างกายและสภาพแวดล้อม ฯลฯ ใช้งานเมื่อไหร่ก็มีความสุขในการพักผ่อนอยู่ตลอด

3. ประหยัดต้นทุนในระยะยาว

หากคุณชอบการนวดตัวผ่อนคลาย การมีโซฟาไฟฟ้าเป็นของตนเองจะช่วยประหยัดต้นทุนในระยะยาวได้จริง เพราะไม่ต้องเสียเงินไปนั่งตามร้านนวด เก้าอี้นวดไฟฟ้าทั่วไป อยากผ่อนคลายเมื่อไหร่ก็สามารถนั่งบนโซฟาส่วนตัวแล้วพักผ่อนให้เต็มที่ จึงช่วยประหยัดต้นทุนได้ในระยะยาว

4. เพิ่มความมีระดับให้กับการอยู่อาศัย

เพียงแค่คุณมีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้อยู่กับบ้านไม่ว่าใครเข้ามาเห็นก็ต้องสัมผัสถึงความหรูหรา ดูมีระดับ เสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเจ้าของบ้านมากขึ้น บ่งบอกถึงความภูมิฐานซึ่งไม่ใช่แค่ใช้งานจริงแต่ยังเหมือนของแต่งบ้านอีกชิ้น

รีวิว 5 อันดับ โซฟาไฟฟ้า น่าใช้งาน 2026

1. LUXEL 1 Seat

โซฟาไฟฟ้าเดี่ยวแบบ 1 ที่นั่ง ขนาด XXL มี 2 สีให้เลือก ได้แก่ สีเทา และสีน้ำตาล จัดเต็มฟังก์ชันครบครัน เช่น การปรับเอนขึ้น-ลงอัตโนมัติ วัสดุเป็นฟองน้ำเกรดพรีเมี่ยมหุ้มด้วยหนังอย่างดี ให้ความนุ่มสบายเมื่อได้สัมผัส มีพนักวางมือขนาดใหญ่พร้อมช่องใส่ของทั้ง 2 ฝั่ง ช่อง USB สำหรับชาร์ตแบตเตอรี่มือถือ ขนาดเครื่องรวมกว้าง 82 ซม. สูง 100 ซม. (ขณะนั่ง) ยาว 160 ซม. (ขณะนอน)

ข้อดี

  • ขนาดเบาะกว้าง 55 ซม. ลึก 55 ซม. หนา 20 ซม. พนักพิงสูง 78 ซม. กว้าง 80 ซม.
  • ฟังก์ชันปรับเอน นอน นั่ง ด้วยระบบไฟฟ้าเพียงแค่กดปุ่ม สะดวก ง่ายดาย ปลอดภัย
  • เบาะหนา นุ่ม นั่งหรือนอนได้อย่างสบายใจ ยืดหยุ่น
  • หุ้มด้วยหนังคุณภาพสูง สามารถทำความสะอาดได้ง่าย

2. LUXEL 2 Seat

โซฟาแบบ 2 ที่นั่ง ขนาด XXL มี 2 สีให้เลือก ได้แก่ สีเทา และสีครีม ปรับเอนนั่ง-นอนด้วยระบบไฟฟ้าแยก 2 ฝั่ง เหมาะกับการผ่อนคลายทุกอิริยาบถ เบาะผลิตจากฟองน้ำเกรดพรีเมี่ยมหุ้มด้วยหนังคุณภาพสูง นุ่มสบาย ยืดหยุ่น พนักวางมือขนาดใหญ่พร้อมช่องใส่ของตรงกลาง มีช่อง USB ทั้งด้านซ้ายและขวาสำหรับชาร์ตแบตเตอรี่มือถือ ขนาดเครื่องรวมกว้าง 180 ซม. สูง 100 ซม. ลึก 80 ซม. (ขณะนั่ง) ลึก 160 ซม.

ข้อดี

  • ขนาดเบาะนั่ง กว้าง 55 ซม. ลึก 50 ซม. หนา 15 ซม. พนักพิงสูง 68 ซม. กว้าง 55 ซม. ต่อที่นั่ง
  • ฟังก์ชันปรับเอน นอน นั่ง ด้วยระบบไฟฟ้าแยกกัน เพียงแค่กดปุ่ม
  • เบาะหนานุ่มหุ้มด้วยหนังคุณภาพสูง ทำความสะอาดง่าย
  • มีช่องเสียบ USB 2 ด้าน ใช้งานได้พร้อมกันทั้ง 2 เก้าอี้

3. INDEX FURNITURE โซฟาหนังปรับระดับไฟฟ้า 2 ที่นั่ง รุ่นเฟรดเดริกด์

โซฟาไฟฟ้า 2 ที่นั่ง สีครีม โครงไม้เนื้อแข็ง บุฟองน้ำเกรดพรีเมี่ยม หุ้มด้วยหนังวัวแท้ Top Grain ยืดหยุ่น นั่งสบาย สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวล ปรับระดับง่ายด้วย Mechanic นำเข้า มีช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จไฟ ช่องวางแก้วสเตนเลส 2 จุด และยังมีคอนโซลสำหรับเก็บของ ขนาดเมื่อปรับเอนนอน กว้าง 189 x ลึก 167 x สูง 79 ซม.

ข้อดี

  • แข็งแรงด้วยโครงสร้างจากไม้เนื้อแข็ง รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 150 กก. ต่อที่นั่ง
  • ขนาดสินค้ารวม 189 x 98 x 105 ซม. นั่งพักผ่อนได้สบายแบบไร้กังวล
  • หุ้มด้วยหนังวัวแท้ ทำความสะอาดง่าย ไร้รอยขีดข่วน
  • คอนโซลเก็บของเพิ่มความมีระเบียบให้กับพื้นที่การใช้งาน

4. INDEX FURNITURE โซฟาหนังปรับระดับไฟฟ้า 3 ที่นั่ง รุ่นเฟรดเดริกด์

โซฟาไฟฟ้า 3 ที่นั่ง สีครีม ผลิตจากโครงไม้เนื้อแข็ง บุฟองน้ำเกรดพรีเมี่ยม ภายนอกหุ้มด้วยหนังวัวแท้ Top Grain พนักพิงสูง ตอบโจทย์กับสรีระและศีรษะ ปรับระดับง่ายจากปุ่มกด 2 จุด (ฝั่งซ้ายและขวาสุดของโซฟา) พร้อม Mechanic นำเข้า มีช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จไฟ ขนาดเมื่อปรับเอนนอน กว้าง 212 x ลึก 167 x สูง 79 ซม.

ข้อดี

  • โครงสร้างจากไม้เนื้อแข็ง รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 150 กก. ต่อที่นั่ง อายุการใช้งานยาวนาน
  • ขนาดสินค้ารวม 212 x 98 x 105 ซม. นั่งพักผ่อนได้สบายแบบไร้กังวล
  • หุ้มด้วยหนังวัวแท้ ทำความสะอาดง่าย ไม่มีปัญหารอยขีดข่วน
  • ออกแบบสไตล์โมเดิร์น สีสันสวยงาม

5. INDEX FURNITURE โซฟาหนังปรับระดับไฟฟ้า 2 ที่นั่ง รุ่นเมอร์ริค

โซฟาไฟฟ้า 2 ที่นั่ง สีเทาอ่อน โครงหลักเป็นไม้เนื้อแข็ง บุฟองน้ำเกรดพรีเมี่ยม หุ้มด้วยหนังวัวแท้ Top Grain พนักพิงสูง ยืดหยุ่น สอบรับกับสรีระและศีรษะ ปรับระดับง่ายจากปุ่มกด 2 จุด มีช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จไฟขณะใช้งานโซฟา พักผ่อนสบายใจในทุกอิริยาบถ

ข้อดี

  • โครงสร้างจากไม้เนื้อแข็ง รองรับน้ำหนักได้สูงสุด 150 กก. ต่อที่นั่ง
  • ขนาดสินค้ารวม 206 x 94 x 102 ซม. พักผ่อนได้แบบสบายกายสบายใจ
  • หุ้มด้วยหนังวัวแท้ ทำความสะอาดง่าย ไร้รอยขีดข่วน
  • ดีไซน์พื้นที่ขนาดใหญ่ นั่งสบาย เบาะนุ่ม

ทั้งหมดนี้คือ 5 อันดับ โซฟาไฟฟ้า ยอดนิยม สำหรับคนที่กำลังมองหาเฟอร์นิเจอร์เพื่อความผ่อนคลายให้กับตนเอง แต่ละรุ่นมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป ลองประเมินงบประมาณที่ใช่ ดีไซน์ที่ชอบ และตอบโจทย์กับความคุ้มค่าของคุณมากที่สุด

รีวิวรถยนต์ไฟฟ้า 2026 กับ 5 รุ่นมาแรง ชอบคันไหนลองเทียบเลย

ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคปัจจุบัน “รถยนต์ไฟฟ้า” หรือ รถ EV ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ หากสังเกตบนท้องถนนจะมีรถประเภทนี้ขับขี่อยู่พอสมควร เมื่อบวกกับจุดเด่นในหลายด้านนั่นอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณสนใจซื้อรถประเภทนี้มาใช้งาน จึงขอพามารีวิว 5 รุ่น รถยนต์ไฟฟ้า 2026 คันไหนเหมาะกับการขับขี่ ตอบโจทย์ได้ตามที่ใจคาดหวัง

จุดเด่นของการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า

อย่างที่เกริ่นไว้ว่าการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้ามีข้อดีด้วยกันหลายด้าน ซึ่งสามารถสรุปให้ทุกคนเห็นภาพและเป็นเหตุผลเพิ่มการตัดสินใจซื้อใช้งานได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

  • ประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว โดยเฉพาะค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะการใช้ไฟฟ้าจากแบตเตอรี่มีต้นทุนต่ำกว่าหลายเท่า
  • ลดภาวะโลกร้อน ปัญหาก๊าซเรือนกระจกจากการไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่โลกกำลังพบเจอปัญหาในตอนนี้
  • การทำงานเงียบเพราะแรงขับเคลื่อนเกิดจากพลังงานไฟฟ้า จึงไม่มีการเผาไหม้และการจุดระเบิดแบบเครื่องยนต์สันดาป ช่วยลดมลพิษทางเสียงได้ด้วย
  • สะดวกในการเติมพลังงาน สามารถติดตั้งเครื่องชาร์จแบตเตอรี่แล้วทำการชาร์จจากที่บ้านได้เลย โดยเฉพาะช่วงกลางคืนหรือวันที่ไม่ได้ขับรถออกไปไหน

ประเภทรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้งานในยุคปัจจุบัน

1. รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (HEV)

รถยนต์ระบบ Hybrid Electric Vehicle หรือรถ HEV คือรูปแบบของการใช้เครื่องยนต์สันดาปและระบบไฟฟ้าทำงานร่วมกัน ตัวเครื่องรถจึงมีทั้งเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ พลังขับเคลื่อนหลักมาจากไฟฟ้าแต่ยังสามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้กรณีฉุกเฉิน การชาร์จเป็นระบบ Self-Charging จึงชาร์จจากภายนอกไม่ได้

2. รถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริด (PHEV)

เป็นระบบที่พัฒนามากขึ้นโดยเลือกได้ว่าต้องการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ควบคู่กับแบตเตอรี่ไฟฟ้า หรือต้องการขับแบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว สามารถชาร์จไฟจากภายนอกได้ สมรรถนะโดยรวมและความเสถียรจึงดีกว่ารถ HEV  

3. รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV)

Battery Electric Vehicle คือ รถยนต์ที่ไม่มีการนำระบบเครื่องยนต์เข้ามาเกี่ยวข้อง การขับเคลื่อนทั้งหมดมาจากพลังงานไฟฟ้า 100% จึงต้องอาศัยการชาร์จไฟอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้รถเดินทางไปยังเส้นทางตามที่ต้องการ ลดมลพิษได้ดีเยี่ยม

4. รถยนต์ไฟฟ้าแบบเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV)

รถยนต์ไฟฟ้าประเภทนี้ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนักในเมืองไทย แต่หลักการคือใช้ก๊าซไฮโดรเจนจากเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Electric Vehicle) ซึ่งต้องเติมมาจากภายนอกเกิดเป็นพลังงานสูงกว่ารถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่ยังต้องพัฒนาต่อเนื่อง

รีวิว 5 รุ่นมาแรงของรถยนต์ไฟฟ้า 2026 คัดมาให้แล้ว

1. JEACOO EV5

รถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% ที่จะพาคุณขับเคลื่อนไปบนทุกเส้นทางได้อย่างอิสระไร้ขีดจำกัด โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบ SUV ภายใต้ปรัชญา Origin of Nature ภายในห้องโดยสารกว้างขวางขยายพื้นที่ได้สูงสุด 1,284 ลิตร หน้าจอคอนโซลแบบสัมผัส กระจกหลังคาแบบ Panoramic Fixed Glass Roof ระบบปรับอากาศแยก 2 โซน จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัยมากมายทั้งระบบป้องกันออกนอกเลน ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และอีกมากมาย ในราคาเริ่มต้นเพียง 679,000 บาท

จุดเด่น

  • ดีไซน์รถแบบ SUV พื้นที่กว้างขวาง เหมาะกับรถครอบครัว
  • กระจกหลังคาแบบ Panoramic Fixed Glass Roof เพลินไปกับบรรยากาศระหว่างทาง
  • เทคโนโลยีเสริมช่วยเพิ่มความปลอดภัยทุกเส้นทางขับขี่

2. BYD Dolphin

รถยนต์ไฟฟ้า 5 ที่นั่ง แบบ 5 ประตู ที่พร้อมปลุกพลังในทุกเส้นทางการขับขี่ของคุณให้เร้าใจยิ่งกว่าเคย จัดเต็มระบบ Blade Battery 60.48 กิโลวัตต์ / ชั่วโมง ชาร์จเร็วทันใจ รับประกันนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. หัวชาร์จ AC Type 2 (7 กิโลวัตต์) / DC CCS 2 (80 กิโลวัตต์) ระยะทางสูงสุด 490 กม. มอเตอร์ 150 กิโลวัตต์ ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. เพียง 7.0 วินาที มีระบบ VtoL ต่อไฟจากแบตเตอรี่ไปยังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์โดยตรง ภายนอกออกแบบสะท้อนถึงวิถีชีวิตแห่งโลมา ไฟท้าย LED รูปทรงเรขาคณิต ภายในมีหลังคากระจกพร้อมฟังก์ชันสั่งการด้วยเสียง (เฉพาะรุ่น Extended) รองรับชาร์จมือถือไร้สาย และอีกมากมาย ราคาเริ่มต้นเพียง 449,900 บาท

จุดเด่น

  • รับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
  • ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. เพียง 0.7 วินาที
  • ดีไซน์ภายนอกสวยงามแทบทุกจุดพร้อมสีสันแห่งความหรูหรา

3. BYD Atto 3

อีกรุ่นรถยนต์ไฟฟ้าจากค่าย BYD จัดเต็มกับระบบ Blade Battery 60.48 กิโลวัตต์ / ชั่วโมง รับประกันนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. หัวชาร์จ AC Type 2 (7 กิโลวัตต์) / DC CCS 2 (80 กิโลวัตต์) ระยะทางสูงสุด 480 กม. มอเตอร์ 150 กิโลวัตต์ ทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. เพียง 7.37 วินาที ดีไซน์ภายนอกไฟ LED คาดคิ้วโครเมียมเข้ากับไฟท้าย LED คาดยาวทรงปีกนก เสา C ลายคลื่นน้ำ พร้อมเส้นสายรอบคัน ภายในหลังคา Panoramic Sunroof เปิด/ปิด แบบ One-touch พื้นที่ขนาดใหญ่สูงสุด 1,340 ลิตร หน้าจอคอนโซลแบบสัมผัส และความเหนือระดับอีกเพียบ ราคาเริ่มต้น 949,900 บาท

จุดเด่น

  • รับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 160,000 กม.
  • ดีไซน์ภายนอกสวย ล้ำสมัยด้วยเส้นสายแบบเฉพาะ
  • พื้นที่ภายในขนาดใหญ่สูงสุดถึง 1,340 ลิตร

4. Deepal S05

ต่อด้วยรถยนต์ไฟฟ้า EV 100% แบบ SUV ขนาดกลาง เลือกได้ทั้งประเภท BEV และ REEV โดยขอรีวิวแบบ BEV จัดเต็มกำลังสูงสุด 238 แรงม้า ความเร็วสูงสุด 180 กม. / ชม. ขับขี่ได้ไกล 470 กม. ทำความเร็ว 0-100 กม. / ชม. เพียง 7.3 วินาที รองรับหัวชาร์จ Type 2 / CCS Combo ชาร์จแบบ AC สูงสุด 7 kW และ DC สูงสุด 152 kW โดยชาร์จ DC จาก 30-80% ได้ใน 15 นาที ดีไซน์ภายนอกเน้นความทันสมัย มือเปิดประตูภายนอกแบบซ่อน ภายในมีหลังคากระจก Panoramic Fixed Roof เลือกได้ 5 สี หน้าจอทัชสกรีนขนาดใหญ่ 15.4 นิ้ว หมุนได้ตามคนนั่ง ระบบเสียง 14 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีสุดล้ำอีกเพียบ ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท

จุดเด่น

  • ชาร์จเร็ว ไม่ต้องเสียเวลารอนานเมื่อเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่น
  • ทำความเร็วได้ดี กำลังม้าสูง ขับขี่ไกล แทบไม่ต่างจากรถสันดาปปกติ
  • ภายในจัดเต็มเทคโนโลยีและความทันสมัย สร้างความสะดวกสบาย

5. MG4

เต็มที่กับความสนุกกับ MG4 ซึ่งมีให้เลือก 4 รุ่น แต่ขอรีวิวเป็นรุ่น XPOWER ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ขับได้ระยะทางไกลสุด 540 กม. กำลังสูงสุด 435 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.8 วินาที รองรับการชาร์จสูงสุด 140kW ระบบ Dual Motor และพวงมาลัย Dual Pinion ตอบสนองเร็วและแม่นยำ โครงสร้างออกแบบให้กระจายน้ำหนัก จุดศูนย์ถ่วงต่ำ เกาะถนนดี เข้าโค้งสบาย พร้อมด้วย RUBIK’S CUBE BATTERY นวัตกรรมแบตเตอรี่แบบแนวนอน ร่วมกับเทคโนโลยี CELL-TO-PACK ลดขนาด และน้ำหนัก เพิ่มพื้นที่ห้องโดยสาร ระบายความร้อนได้ดี ราคาเริ่มต้น 549,900 บาท

จุดเด่น

  • ขับได้ระยะทางไกล อัตราเร่งสูง สบายใจในทุกเส้นทาง
  • พวงมาลัย Dual Pinion ตอบสนองเร็วและแม่นยำ
  • RUBIK’S CUBE BATTERY น้ำหนักและขนาดลดลง พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขึ้น

ทั้งหมดนี้คือ 5 รุ่นรถยนต์ไฟฟ้าที่นำมารีวิวให้ได้รู้จักกันในปี 2026 มีรุ่นไหนโดนใจ หรืออยากจับจองเป็นเจ้าของก็ลองศึกษาข้อมูลเพื่อเทียบความเหมาะสมกันอีกครั้งได้เลย เพราะแต่ละคันเองย่อมมีความโดดเด่นคนละด้าน หากเจอคันถูกใจนั่นหมายถึงความสุขในทุกเส้นทางขับขี่ของคุณอยู่ไม่ไกลเกินจริง

รีวิว ลู่วิ่งไฟฟ้า ยอดนิยม 5 อันดับ ปี 2025

อันดับ 1 ลู่วิ่งไฟฟ้า MEGAMAX รุ่น MT12 เป็นลู่วิ่งไฟฟ้าขนาดใหญ่ ที่รองรับน้ำหนัก และการใช้งานได้หลากหลาย เครื่องเดียวจบ

จุดเด่นของสินค้า

+ มีระบบรองรับแรงกะแทกแบบ โช้คอัพสปริง

+ มีหน้าจอแยกส่วนที่ง่ายต่อการใช้งาน

+ มีปุ่มกด ที่ชัดเจน สะดวก ใช้งานง่าย

+ มีความกว้างสายพาน มากถึง 58 ซม. ใกล้เคียงกับเกรดฟิตเนส

+ เครื่องมีขนาดใหญ่แข็งแรง มั่นคง

+ ราคาคุ้มค่า และถูกกว่าแบรนด์อื่น

+ มีศูนย์รับประกันสินค้า และหลังการขาย

 

อันดับ 2 ลู่วิ่งไฟฟ้า POWER MAX รุ่น MT200 จาก ค่าย MEGAMAX เป็นลู่วิ่งไฟฟ้า เกรดฟิตเนส โครงสร้างขนาดใหญ่ มีความแข็งแรงมากกว่ารุ่นอื่นๆ ในราคาที่คุ้มค่า

จุดเด่นของสินค้า

+ ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ โครงสร้างหนาแข็งแรง มั่นคง กว่ารุ่นอื่นอย่างชัดเจน

+ เป็นเกรดฟิตเนส ในราคาที่เข้าถึงได้ สำหรับใช้ใน สโมสร ศูนย์กีฬา หรือแม้แต่ในบ้าน

+ ดีไซน์สวยทันสมัย ดูพรีเมี่ยม

+ รองรับน้ำหนัก ผู้ใช้ได้มาก วัสดุ มีความคงทน และคุณภาพ

+ มีจอแยกส่วน และ ระบบควบคุม ที่ใช้งานง่าย 

+ มีศูนย์รับประกันและหลังการขาย

 

อันดับ 3 ลู่วิ่งไฟฟ้า Johnson รุ่น Matrix TF30 ลู่วิ่งไฟฟ้าแบรนด์ระดับโลก เน้นคุณภาพ รูปลักษณ์ดีไซน์ทันสมัย และ แบรนด์ที่น่าเชื่อถือ

จุดเด่นของสินค้า

+ เป็นแบรนด์ข้ามชาติ ที่มีความมั่นคง และน่าเชื่อถือในเรื่องคุณภาพ

+ มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ ดูหรูพรีเมี่ยม

+ วัสดุ มีคุณภาพ การผลิตที่ได้มาตรฐานสากล

+ มีหน้าจอ แยกส่วน ใช้งานง่าย มองได้ชัดเจน

+ มีระบบ ทัชสกรีน แอพพลิเคชั่น ที่ทันสมัย

+ มีศูนย์บริการ และ บริการหลังการขาย

 

อันดับ 4 ลู่วิ่งไฟฟ้า MEGAMAX รุ่น MT1000 ลู่วิ่งไฟฟ้า ระดับ ไฮเอน สำหรับ สโมสร ยิม ฟิตเนส 

จุดเด่นของสินค้า

+ เครื่องขนาดใหญ่ระดับ ไฮเอน สำหรับศูนย์ฟิตเนส หรือ ในบ้าน

+ รองรับน้ำหนักได้มาก ทุกการใช้งาน

+ มีหน้าจอแยกส่วน บอกข้อมูลชัดเจน

+ มีระบบรองรับแรงกะแทกแบบ ยืดหยุ่น นุ่มนวม แต่ไม่ย้วย และไม่มีเสียงรบกวน

+ มีสายพานหนา เสียงเงียบ ทนทาน

+ ปรับความชันได้มากกว่ารุ่นทั่วไป

+ มีศูนย์บริการและบริการหลังการขาย

อันดับ 5 ลู่วิ่งไฟฟ้า North Fitness รุ่น Hi Flex Plus T  ลู่วิ่งไฟฟ้า ขนาดใหญ่ระดับ ไฮเอน มีหน้าจอสัมผัส และแอพพลิเคชั่น

จุดเด่นของสินค้า

+ มีเครื่องขนาดใหญ่ รองรับน้ำหนักได้มาก สำหรับ ยิม สโมสร หรือในบ้าน

+ มีหน้าจอแอพพลิเคชั่นในตัว มีโปรแกรมให้ใช้งานได้หลากหลาย

+ มีมัลติมิเดียในหน้าจอแอพพลิเคชั่น

+ มีระบบรองรับแรงกะแทก ยืดหยุ่น มั่นคง

+ มีโครงสร้างแข็งแรง ทนทาน

+ มีหน้าจอแยกส่วนสามารถถอดเปลี่ยนหรือซ่อมแซม

+ มีบริการหลังการขาย มีศูนย์บริการ

 

ทั้งหมดนี้ คือ 5 อันดับ ลู่วิ่งที่แนะนำในปี 2025-2026 ที่คุณสามารถใช้เป็นแนวทางในการเลือกซื้อตามงบประมาณและความชอบ

ลู่วิ่ง: เคล็ดลับในการใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายอเนกประสงค์นี้

ลู่วิ่งยังเหมาะสำหรับผู้ที่กลับมาออกกำลังกายหลังจากได้รับบาดเจ็บหรือการผ่าตัดเนื่องจากคุณสามารถควบคุมความเร็วและความเข้มได้และมีราวจับสำหรับรองรับเพิ่มเติม

การใช้ลู่วิ่งอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ความเร็วความอดทนและการสร้างกล้ามเนื้อ

ต่อไปนี้เป็นกิจวัตร treadmill สามอย่างจากดร. เทนฟอร์ดที่คุณสามารถเพิ่มไปยังโปรแกรมการออกกำลังกายของคุณที่เน้นการออกกำลังกายสามด้าน ได้แก่ ความเร็วความอดทนและการสร้างกล้ามเนื้อ เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกาย 10 นาทีจากนั้นค่อยๆสร้างได้มากถึง 20 ถึง 30 นาทีในขณะที่คุณออกกำลังกาย

กิจวัตรที่ 1:เอียง (ความอดทนและการสร้างกล้ามเนื้อ) การตั้งค่าเอียงสร้างกิจกรรมกล้ามเนื้อมากกว่าการเดินหรือวิ่งบนพื้นผิวเรียบเนื่องจากคุณทำงานกับแรงโน้มถ่วง การศึกษาขนาดเล็กในปี 2014ในวารสารGait & Postureพบว่าการเดินบนลู่วิ่งแบบเอียงนั้นอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมและการเปลี่ยนข้อเข่า

การออกกำลังกาย:เริ่มต้นเดินหรือวิ่งด้วยความเอียงระดับศูนย์ที่อัตราการออกแรง 3 หรือ 4 นานถึงสองนาทีจากนั้นเพิ่มระดับ 1 เอียงอีกหนึ่งหรือสองนาที ทำซ้ำรูทีนจนกว่าคุณจะถึงระดับเอียงซึ่งคุณทำงานที่การออกแรง 5 ถึง 7 และพยายามรักษามันไว้เป็นเวลาหนึ่งนาทีหรือนานกว่านั้น จากนั้นย้อนกลับชุดคำสั่งจนกว่าคุณจะถึงระดับศูนย์เอียงอีกครั้ง มันเป็นเรื่องปกติที่จะอยู่ในความเอียงนานหรือออกกำลังกายด้วยอัตราการออกแรงต่ำกว่าจนกว่าคุณจะรู้สึกสบายใจ

กิจวัตรที่ 2:การฝึกซ้อมช่วงเวลาที่มีความเข้มสูง (ความเร็วความอดทนและการสร้างกล้ามเนื้อ) HIIT เกี่ยวข้องกับการสลับระหว่างช่วงเวลาที่กำหนดในการทำงานที่มีความเข้มสูงและส่วนที่เหลือ ความเข้มสูงอยู่ที่อัตราการออกแรงประมาณ 5 ถึง 7 ในขณะที่คุณพักในอัตรา 2 หรือ 3“ HIIT ขึ้นอยู่กับการออกแรงแต่ละแบบของคุณดังนั้นปรับลู่วิ่งให้ตรงกับความต้องการที่ต้องการ” ดร. เทนฟอร์ดกล่าว “ ประเด็นสำคัญของ HIIT คือการผสมผสานความเข้มเพื่อทำให้ตัวเองทำงานหนักขึ้นในช่วงเวลาที่สั้นลง มันเป็นเรื่องสนุกและแยกความซ้ำซากของการออกกำลังกาย” HIIT ยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาในการหาเวลาออกกำลังกาย การศึกษาที่ตีพิมพ์ออนไลน์โดยPLOS Oneพบว่า HIIT ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพเหมือนกับการฝึกความอดทนที่ยาวนานกว่า

การออกกำลังกาย:เริ่มต้นด้วยอัตราส่วนความเข้มสูงถึง 1: 3 ในระดับที่คุณสามารถเดินหรือวิ่งได้เป็นเวลาหนึ่งนาทีแล้วพักเป็นเวลาสามนาที เมื่อคุณปรับปรุงคุณสามารถเปลี่ยนอัตราส่วนเป็น 1: 2 หรือ 1: 1 หรือแม้กระทั่งทำงานในช่วงเวลาที่มีความเข้มสูงอีกต่อไปโดยมีช่วงพักที่สั้นลง

กิจวัตร 3: การแปรผันความเร็ว (ความเร็วความอดทน) ลู่วิ่งส่วนใหญ่มีการออกกำลังกายที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าซึ่งจะแตกต่างกันไปตามความเร็วและความเอียงของฉลากเช่น“ การเผาผลาญไขมัน” หรือ“ การปีนเขา”“ สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยเพิ่มสุขภาพหัวใจและหลอดเลือดของคุณได้ ดร. Tenforde พูดว่า

การออกกำลังกาย:เลือกหนึ่งในการออกกำลังกายที่ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าและปรับความเร็วและความต้านทานตามต้องการเพื่อให้แน่ใจว่าคุณอยู่ในช่วงออกแรง 5 ถึง 7

วิธีลดน้ำหนักบนลู่วิ่ง

ลู่วิ่งเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก อาจดูเหมือนเป็น ‘ความคิดโบราณ’ ที่คุณสามารถหาได้จากหนังสือหรือบทความเฉพาะ แต่เป็นเรื่องจริงตราบใดที่คุณรู้รายละเอียดทั้งหมด

ก่อนที่ฉันจะอธิบายว่าลู่วิ่งสามารถช่วยคุณในภารกิจนี้ได้ฉันต้องบอกคุณเกี่ยวกับ ‘อัตราการเต้นหัวใจเป้าหมาย’ และ ‘โซนเผาผลาญไขมัน’

 

อัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมายเท่ากับ 60% – 90% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดของคุณ และโซนการเผาผลาญไขมันของคุณเท่ากับ 75% – 90% ของโซนอัตราการเต้นหัวใจเป้าหมายของคุณ

กฎง่าย ๆ : หากคุณต้องการลดน้ำหนักด้วยการวิ่งกว่าที่คุณต้องแน่ใจว่าในขณะที่คุณออกกำลังกายอัตราการเต้นของหัวใจของคุณอยู่ในโซนเผาผลาญไขมันของคุณ (อย่างน้อย 30 นาที)

หากคุณต้องการคำนวณมูลค่าของอัตราการเต้นของหัวใจด้วยตัวเองคุณเพียงแค่ต้องรู้อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดซึ่งขึ้นอยู่กับสูตรทั่วไปเหล่านี้:

  • อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดสำหรับผู้ชาย = 220 – อายุ
  • อัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดสำหรับผู้หญิง = 226 – อายุ

หรือคุณสามารถทราบอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดและอัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมายของคุณหลังจากที่คุณปรึกษาแพทย์

หรือคุณสามารถซื้อลู่วิ่งที่ช่วยให้คุณใส่อายุและน้ำหนักของคุณลงในคอนโซลได้ดังนั้นมันจะคำนวณอัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมายและโซนการเผาผลาญไขมันของคุณเอง ฉันจะไปยังสิ่งที่ลู่วิ่งสามารถทำได้ในภายหลัง

การตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดเหล่านี้อาจทำได้ยากในขณะที่คุณออกไปข้างนอก นั่นคือเหตุผลที่ผู้คนมักพูดว่า: ‘ฉันวิ่งทุกวัน แต่ฉันไม่เห็นความแตกต่างเลย ผมทำอะไรผิดหรือเปล่า?’ นี่คือเมื่อทำงานบนลู่วิ่งจะมีประโยชน์จริงๆและมีประสิทธิภาพมาก

ดังที่ฉันได้กล่าวไว้ข้างต้นมีลู่วิ่งที่ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจเป้าหมายและโซนการเผาผลาญไขมันของคุณขณะออกกำลังกาย เหล่านี้คือลู่วิ่งที่ช่วยให้คุณใส่อายุและน้ำหนักของคุณในคอนโซลก่อนที่จะเริ่มออกกำลังกาย

ยิ่งกว่านั้นลู่วิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนความเร็วและความเอียงของลู่วิ่งโดยอัตโนมัติเพื่อให้คุณยังคงอยู่ในโซนนี้โดยไม่ต้องยุ่งยากอะไรเพิ่มเติม สิ่งที่คุณต้องทำคือเชื่อมต่อการอ่านอัตราการเต้นของหัวใจ (สายรัดหน้าอกแบบไร้สายแนะนำมากที่สุด) และเรียกใช้วิ่งวิ่ง

หากคุณเป็นผู้เริ่มต้นคุณต้องมุ่งเน้นที่การสร้างความอดทนและการออกกำลังกายแบบแอโรบิคก่อน หลังจาก 3-4 สัปดาห์ของการฝึกฝนคุณควรพร้อมที่จะยกระดับความเข้มและออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การออกกำลังกายเริ่มต้น:

ระยะเวลา: 20 นาที

บ่อยแค่ไหน: 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์

นานแค่ไหน: 3-4 สัปดาห์

กำหนดอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างการอุ่นเครื่องและเย็นลง: 55% – 65% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของคุณ

เป้าหมายอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย: 65% – 75% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของคุณ

การออกกำลังกาย:

อุ่นเครื่อง: ระยะเวลา 2 นาที, เอียง 0%, ความเร็ว 1 ไมล์ต่อชั่วโมง เพิ่มอีก 2 นาทีที่อัตรา 0.5% และความเร็ว 1.5mph

  • ส่วนที่ 1: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1.5% และความเร็ว 2 ไมล์ต่อชั่วโมง
  • ส่วนที่ 2: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1.5% และความเร็ว 2.5mph
  • ส่วนที่ 3: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1% และความเร็ว 3 mph
  • ส่วนที่ 4: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 0.5% และความเร็ว 3.5mph
  • ส่วนที่ 5: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 0.5% และความเร็ว 4mph
  • ส่วนที่ 6: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 0.5% และความเร็ว 3.5mph
  • ส่วนที่ 7: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1% และความเร็ว 3 mph
  • ส่วนที่ 8: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1.5% และความเร็ว 2.5 ไมล์ต่อชั่วโมง

ทำซ้ำส่วนที่ 1–8 เป็นเวลา 5 ครั้ง จากนั้นไปที่:

ทำให้เย็นลง: ระยะเวลา 2 นาทีเอียง 0.5% ความเร็ว 2.3 ไมล์ต่อชั่วโมง เพิ่มอีก 2 นาทีที่อัตรา 0% และความเร็ว 1.5mph

หากคุณมีความอดทนและมีประสบการณ์ในฐานะนักวิ่งแล้วคุณสามารถเริ่มต้นด้วยการฝึกระดับกลาง

การออกกำลังกายระดับกลาง

ระยะเวลา: 30 นาที

บ่อยแค่ไหน: 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์

นานแค่ไหน: 3-4 สัปดาห์

กำหนดอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างการอุ่นเครื่องและเย็นลง: 55% – 65% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของคุณ

เป้าหมายอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย: 75% – 85% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของคุณ

การออกกำลังกาย:

อุ่นเครื่อง: ระยะเวลา 2 นาที, เอียง 1%, ความเร็ว 2 ไมล์ต่อชั่วโมง เพิ่มอีก 2 นาทีที่ความเอียง 1.5% และความเร็ว 3mph

  • ส่วนที่ 1: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 2.5% และความเร็ว 4mph
  • ส่วนที่ 2: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 2.5% และความเร็ว 4.5mph
  • ส่วนที่ 3: ระยะเวลา 30 วินาที, เอียง 2% และความเร็ว 5mph
  • ส่วนที่ 4: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1.5% และความเร็ว 5.5mph
  • ส่วนที่ 5: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1.5% และความเร็ว 6mph
  • ส่วนที่ 6: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 1.5% และความเร็ว 5.5mph
  • ส่วนที่ 7: ระยะเวลา 30 วินาที, เอียง 2% และความเร็ว 5mph
  • ส่วนที่ 8: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 2.5% และความเร็ว 4.5 ไมล์ต่อชั่วโมง

ทำซ้ำส่วนที่ 1–8 เป็นเวลา 8 ครั้ง จากนั้นไปที่:

ทำให้เย็นลง: ระยะเวลา 2 นาทีเอียง 1.5% ความเร็ว 3.8mph เพิ่มอีก 2 นาทีที่อัตรา 1% และความเร็ว 2.5mph

ตอนนี้คุณอยู่ในสภาพดี แต่คุณสามารถทำได้ดีกว่า ได้เวลาออกกำลังกายที่เพิ่มอัตราการเต้นหัวใจเป้าหมายของคุณเป็น 80% -90% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของคุณ (ซึ่งเป็นโซนเป้าหมายลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด)

การออกกำลังกายขั้นสูง:

ระยะเวลา: 40 นาที (ขั้นต่ำ)

บ่อยแค่ไหน: 4-5 ครั้งต่อสัปดาห์

นานแค่ไหน: 3-4 สัปดาห์

กำหนดอัตราการเต้นของหัวใจระหว่างการอุ่นเครื่องและเย็นลง: 55% – 65% ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุดของคุณ

เป้าหมายอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกาย: 80% – 90% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดของคุณ

การออกกำลังกาย:

อุ่นเครื่อง: ระยะเวลา 2 นาที, เอียง 2%, ความเร็ว 3.3mph เพิ่มอีก 2 นาทีด้วยความเอียง 2.5% และความเร็ว 4.9mph

  • ส่วนที่ 1: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 3.5% และความเร็ว 6.5mph
  • ส่วนที่ 2: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 3.5% และความเร็ว 7mph
  • ส่วนที่ 3: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 3% และความเร็ว 7.5 ไมล์ต่อชั่วโมง
  • ส่วนที่ 4: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 2.5% และความเร็ว 8mph
  • ส่วนที่ 5: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 2.5% และความเร็ว 8.5mph
  • ส่วนที่ 6: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 2.5% และความเร็ว 8mph
  • ส่วนที่ 7: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 3% และความเร็ว 7.5 ไมล์ต่อชั่วโมง
  • ส่วนที่ 8: ระยะเวลา 30 วินาทีเอียง 3.5% และความเร็ว 7mph

ทำซ้ำส่วนที่ 1–8 เป็นเวลา 10 ครั้ง จากนั้นไปที่:

ทำให้เย็นลง: ระยะเวลา 2 นาทีเอียง 2.5% ความเร็ว 5.6mph เพิ่มอีก 2 นาทีที่อัตรา 1% และความเร็ว 3.8mph

อะไรที่คุณต้องรู้ การออกกำลังกายข้างต้นเป็นตัวอย่างของการตั้งค่าที่เป็นไปได้ที่คุณสามารถใช้กับลู่วิ่งของคุณเพื่อให้คุณทำตามสูตรลดน้ำหนักที่กำลังทำงานอยู่ แต่ร่างกายแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นอย่าลังเลที่จะเปลี่ยนความเอียงและความเร็วตามความต้องการและความต้องการของร่างกายของคุณ ตัวอย่างเช่นหากคุณไม่ชอบวิ่งเร็วคุณสามารถใช้ความเอียงที่สูงขึ้นได้ ระดับความพยายามเหมือนกันและคุณยังคงลดน้ำหนักตราบเท่าที่คุณอยู่ในโซนเผาผลาญไขมัน

 

วิธีใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าสำหรับผู้เริ่มต้น

การเรียนรู้ที่จะใช้ลู่วิ่งต้องใช้หลักการเดียวกันกับการฝึกฝนที่นักวิ่งใช้เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน
คุณต้องเพิ่มความแข็งแกร่งของคุณอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บอาการวิงเวียนศีรษะ
และปัญหาเกี่ยวกับความดันโลหิตหรือการขาดน้ำ
ค้นหาวิธีการใช้เครื่องลู่วิ่งโดยทำตามคำแนะนำทีละขั้นตอนนี้

1. ปรึกษาแพทย์หากคุณมีปัญหาข้อต่อหรือหลัง แพทย์สามารถระบุได้ว่าคุณต้องออกกำลังกายด้วยการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำ (เดิน) หรือต้องฝึกออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกสูง (วิ่ง)

2. ซื้อรองเท้าวิ่งที่สะดวกสบาย ลองใส่รองเท้าให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่จะซื้อรองเท้าใด ๆ คู่ที่เหมาะสมควรรู้สึกสบายอุ้งเท้าของคุณและให้พื้นที่ในนิ้วเท้าของคุณ
ถ้าเป็นไปได้ควรสวมใส่รองเท้ารอบ ๆ บ้านทุกวันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ก่อนออกกำลังกายเพื่อให้คุณสามารถนำรองเท้ามาใช้วิ่งได้ โดยไม่มีอาการรองเท้ากัด

3. ดื่มน้ำเปล่า 16 ถึง 24 ออนซ์ (0.5 ถึง 0.7l) น้ำ ใน 90 นาทีก่อนที่คุณจะออกกำลังกายลู่วิ่ง เนื่องจากการออกกำลังกายบนลู่วิ่งส่วนใหญ่ใช้เวลานานกว่า 20 นาทีคุณสามารถทำให้เหงื่อออกมากและทรมานกับการขาดน้ำในภายหลัง นำขวดน้ำที่เต็มไปด้วยอย่างน้อย 16 ออนซ์ (0.5l) น้ำกับคุณเพื่อวางบนลู่วิ่ง
ให้แน่ใจว่าได้เข้าห้องน้ำก่อนที่คุณจะใช้ลู่วิ่ง การหยุดพักการออกกำลังกายสามารถขัดขวางจังหวะและผลการแอโรบิคของการออกกำลังกายของคุณ

4. สวมถุงเท้าหนา ลองถุงเท้าที่ยาวพอ แทนถุงเท้าข้อเท้า เพื่อหลีกเลี่ยงแผลพุพอง

5. วอร์มอัพและคูลดาวน์ ใช้เวลา 5 นาทีก่อนและหลังการวิ่งบนลู่วิ่งแต่ละครั้งเพื่อการเดินด้วยความเร็ว 2.4 ถึง 3.2 กม. / ชม. หากคุณเดินไปที่โรงยิมสิ่งนี้สามารถนับได้ว่าเป็นการวอร์มร่างกายของคุณ

6. แกว่งแขนของคุณ คุณอาจมีความเชื่อผิดๆ ให้ใช้ที่จับด้านหน้าของลู่วิ่ง แต่สิ่งนี้จะป้องกันคุณจากการเผาผลาญแคลอรี่โดยใช้ท่าทางที่ดีและเรียนรู้ที่จะใช้มันอย่างถูกต้อง

7. ให้ความสนใจกับการตั้งค่าบนอุปกรณ์ คุณควรสังเกตส่วนความเร็วและความชันซึ่งคุณสามารถเพิ่มหรือลดการตั้งค่า ปุ่มเหล่านี้จะเป็นปุ่มหลักที่คุณใช้กับลู่วิ่ง
เปรียบเทียบใช้การออกกำลังกายที่ตั้งโปรแกรมไว้จนกว่าคุณจะพอใจกับการตั้งค่าด้วยตนเอง คุณจะสามารถปรับแต่งการออกกำลังกายให้เหมาะกับระดับความฟิตของคุณ

8. ใช้คลิปสายนิรภัย แม้ว่าคุณอาจเลือกที่จะหยุดการใช้งานได้ตามสบาย แต่คลิปนี้เป็นการปิดฉุกเฉิน หากคุณเสียการทรงตัว ในการเริ่มต้นมันจะป้องกันไม่ให้คุณล้มหรือบาดเจ็บสาหัส

ทำไมต้องซื้อลู่วิ่ง

ทำไมต้องซื้อลู่วิ่ง

การซื้อลู่วิ่งหมายถึงไม่ต้องออกกำลังกายในโรงยิมที่แออัดหรือต้องเปลี่ยนห้องล็อกเกอร์ที่มีกลิ่นอับ ไม่ต้องหลบกองขยะสุนัขอีกต่อไปบนทางเท้า และไม่ต้องปิดการติดต่อกับคนขับรถอีกต่อไปไม่ให้ความสนใจในขณะที่คุณออกไปออกกำลังกายตอนเช้า

นอกจากนี้ลู่วิ่งไม่ใช่เครื่องจักร คุณสามารถสลับการออกกำลังกายของคุณเพื่อรวมความหลากหลายของหัวใจที่รวมถึงการเดิน, วิ่ง, วิ่งและวิ่ง มุ่งมั่นที่คำสั่งผสมนั้นและไม่มีอะไรจะหยุดคุณจากการลดน้ำหนัก ดูแลสุขภาพหัวใจของคุณ เพิ่มกล้ามเนื้อและเพิ่มความอดทนของคุณ!

นอกจากนี้คุณยังสามารถพูดคุยทางโทรศัพท์ทำงานบนแล็ปท็อปของคุณและดูโทรทัศน์ในขณะออกกำลังกายบนลู่วิ่งไฟฟ้าที่บ้าน เนื่องจากการทำงานหลายอย่างเป็นไปได้ด้วยลู่วิ่งการออกกำลังกายของคุณจะสนุกและน่าดึงดูดยิ่งขึ้น

การค้นหาลู่วิ่งที่สมบูรณ์แบบ: ปัจจัยที่ควรพิจารณา

ภารกิจในการค้นหาลู่วิ่งที่สมบูรณ์แบบเพื่อให้เหมาะกับความต้องการคือความท้าทายที่แท้จริง คนส่วนใหญ่คิดว่าการหาลู่วิ่งเป็นเรื่องง่าย แต่นี่ไม่ใช่ความจริง เพื่อให้งานของคุณง่ายขึ้นทีมของเราได้ระบุปัจจัยหลักที่ควรพิจารณาในขณะที่ซื้อลู่วิ่ง:

 

คุณต้องการ Run, Jog, Sprint หรือ Cross-train (หรือทำทั้ง 4 อย่าง)?  นี่เป็นคำถามแรกที่คุณต้องตอบก่อนซื้อลู่วิ่ง เราเห็นทุกครั้งที่ผู้บริโภคซื้อเครื่องลู่วิ่งที่ราคาถูกกว่าคิดว่าพวกเขาจะสามารถวิ่งได้เพราะมีการรีวิวของ market place ต่างๆ อย่าตกหลุมพรางนั้น – ระบุความต้องการของคุณแล้วไปจากตรงนั้น นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราได้แยก ลู่วิ่ง ลงในหมวดหมู่ตามความต้องการด้านล่าง และจำไว้ว่าลู่วิ่งราคาประหยัดมีไว้สำหรับการเดินการวิ่งเหยาะๆและการใช้ชั่วคราว – ไม่ใช่การฝึกซ้อมสำหรับการวิ่งมาราธอน

คุณต้องการใช้จ่ายเท่าใด ตอนนี้คุณรู้ถึงความต้องการ / วัตถุประสงค์ของคุณสำหรับลู่วิ่งแล้วขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดงบประมาณของคุณ มันง่ายที่จะเลือกได้ถูกต้อง แต่มันก็ง่ายที่จะไม่ใช้จ่ายเพียงพอ เราหมายความว่าอย่างไร หากคุณไม่ได้ซื้อลู่วิ่งไฟฟ้าที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายคุณจะไม่ใช้มัน หากคุณใช้จ่ายมากไปคุณจะสร้างความเครียดมากขึ้นและความเครียดนั้นจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของคุณ

พื้นที่วางลู่วิ่ง ? นี่เป็นคำถามที่สามที่คุณต้องถามตัวเอง หากคุณมีพื้นที่เฉพาะและสามารถวางลู่วิ่งได้ 100% เราขอแนะนำให้ดูตัวเลือกแบบไม่พับ อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นคนที่ต้องการให้ลู่วิ่งไฟฟ้าของคุณอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ หรือเหมือนกับความคิดที่ว่าไม่มีพื้นที่ 90 x 170 ซม สำหรับลู่วิ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของคุณ
ตอนนี้คุณได้ตอบคำถามเริ่มต้นแล้วด้านล่างเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนซื้อลู่วิ่งของคุณ:

 

พื้นที่วิ่ง –เป็นหนึ่งในคุณสมบัติแรกที่ต้องพิจารณาโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเป็นคนที่มีความสูงที่ก้าวย่างยาว ๆ หรือหากคุณหยุดงาน มองหาลู่วิ่งที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ขนาดในอุดมคติคือความกว้าง 60 ซม คุณจะประหลาดใจกับความแตกต่างของขนาด 2 นิ้วที่เพิ่มขึ้น

ขนาดมอเตอร์ –ยิ่งมอเตอร์มีพลังมากเท่าไหร่ลู่วิ่งก็จะใช้งานได้นานขึ้นเท่านั้นและจะทำงานได้เร็วขึ้นด้วยความเร็วสูง

เทคโนโลยี –ลู่วิ่งเป็นการลงทุนและเป็นการลงทุนที่คุณต้องการให้แน่ใจว่าจะได้ใช้อย่างสม่ำเสมอ เทคโนโลยีเช่นการเชื่อมต่อบลูทู ธ / WiFi, หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่, พอร์ต USB, การตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจ, โปรแกรมการทำงานที่ได้รับการปรับปรุง, และคุณสมบัติอื่น ๆ ช่วยยกระดับการออกกำลังกายของคุณ

คุณภาพโครงสร้างและความทนทาน –คุณต้องการซื้อลู่วิ่งที่จะใช้เวลานาน มองหาลู่วิ่งไฟฟ้าที่มีความสามารถในการรับน้ำหนักที่ดีเนื่องจากเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าตัวเครื่องนั้นดีเพียงใด นอกจากนี้คุณยังต้องการเครื่องลู่วิ่งที่ไม่ต้องการให้คุณเปลี่ยนชิ้นส่วนและได้รับการสนับสนุนจากการรับประกันที่ดี (โดยดีเราหมายถึงการรับประกันที่ยาวนานกว่า 1-2 ปีและได้รับการการันตีจากผู้ผลิต) เหตุผลหนึ่งที่เราแนะนำให้ซื้อลู่วิ่งออนไลน์ของคุณเป็นเพราะคุณสามารถสั่งซื้อโดยตรงจากผู้ผลิตเพื่อให้คุณไม่ต้องผ่านการบริการลูกค้าของร้านขายเครื่องกีฬาในพื้นที่ของคุณหากคุณมีปัญหาการรับประกัน

คุณภาพการผลิตและแบรนด์-หนึ่งในสิ่งแรกที่คุณควรพิจารณาเมื่อซื้อลู่วิ่งคือคุณภาพของผู้ผลิต บริษัท ทำลู่วิ่งมานานเท่าไหร่แล้วและคนอื่น ๆ พูดถึงผลิตภัณฑ์ของพวกเขาอย่างไรบ้าง?

เมื่อคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมดแล้วเราได้เลือกลู่วิ่ง คุณภาพของปี 2019 และได้จัดอันดับตามนั้น คุณสามารถตรวจสอบรายละเอียดการตรวจสอบของทุกเครื่องที่เน้นข้อดีข้อเสียพร้อมกับคุณสมบัติที่มีให้โดยเครื่อง คุณจะสังเกตเห็นว่าลู่วิ่งที่แนะนำอันดับต้น ๆ ของเรานั้นอยู่ในช่วง 1-2 หมื่นบาทขึ้นไป ช่วงราคานี้ช่วยให้คุณได้รับลู่วิ่งที่สร้างขึ้นอย่างดีมากจะช่วยให้คุณฝึกซ้อมอย่างหนักและมีเทคโนโลยีที่จำเป็นเพื่อให้คุณมีแรงจูงใจและใช้ลู่วิ่งของคุณในอีกหลายปีข้างหน้า

รีวิว 5 อันดับ ลู่วิ่งน่าใช้ ปี 2019

อันดับ 1

ลู่วิ่งไฟฟ้า MEGAMAX MW5 มอเตอร์ 3 แรงม้า ปรับชันไฟฟ้า 15 ระดับ โช้คสปริงใหญ่ 2 ตัว ต่อบลูทูธสั่งงานผ่านมือถือ

+ความเร็วสูงสุด 14 กมต่อชม.ความชัน แบบ ไฟฟ้า 15 ระดับ
+ความกว้างรวม 59 ซม สายพาน 42 ซม
+มีระบบรองรับแรงกระแทกด้วยโช้คสปริงคู่ใหญ่
+พื้นวิ่ง Double Layer 2 ชั้น รองรับการสั่นสะเทือน ดีเยี่ยมพับได้
+รับน้ำหนักได้ 100 กิโลกรัม
+ปรับความชัน แบบ ไฟฟ้า ปรับได้ถึง 15 %
+พร้อมช่องเติมน้ำมันอัตโนมัติ
+พับได้ กางออกด้วยโช้คไฮโดรลิก
+ปรับโปรแกรมอัตโนมัติ ได้ 12 โปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น แบบ cardio, fat burn, endurance
+หน้าจอ LED ใช้งานงาน แสดง เวลา ระยะทาง ความเร็ว แคลลอรี่ และ อัตราการเต้นของหัวใจ
+แผงควบคุมใหญ่พิเศษ ใช้งานง่าย ชัดเจน มีปุ่ม quick speed ปุ่มลัดปรับความเร็ว
+มีระบบ safety ตัดการทำงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
+มีปุ่มปรับความเร็ว ได้ตามต้องการ
+ปรับความชันแบบ ไฟฟ้า
+มีช่องเสียบสัญญาณเสียงและสายต่อเข้ากับมือถือ และรองรับบลูทูธ
+มีปุ่มปรับ เพิ่ม/ลด เสียงเพลง
+มาพร้อมคู่มือและเครื่องมือ อธิบายวิธีการประกอบและวิธีการใช้งานชัดเจน
+ตัวเครื่องประกอบแบบสำเร็จรูป สามารถประกอบชิ้นส่วนที่เหลือได้อย่างง่ายได้

ขนาดบรรจุ 1640*740*350 มม.
ขนาดการใช้งาน 1750*1350*750 มม.

 

 

อันดับ 2

ลู่วิ่งไฟฟ้า MEGAMAX W450 สายพาน 45 ซม

ลู่วิ่งออกกำลังกาย สำหรับใช้ในบ้าน แรงม้าเต็ม 100% ความเร็วสูงสุด 14 กมต่อชม. สายพานกว้างพิเศษ 45 cm ยาวถึง 120 cm ปรับความชัน แบบ manual incline มีระบบรองรับแรงกระแทก พับได้ กางออกด้วยโช้คไฮโดรลิก ใช้ได้สำหรับทุกคนในบ้าน

+ความเร็วสูงสุด 14 กมต่อชม.
+สายพานกว้างพิเศษ 45 cm ยาวถึง 120 cm
+ปรับความชัน แบบ manual incline
+มีระบบรองรับแรงกระแทก
+พับได้ กางออกด้วยโช้คไฮโดรลิก
+ปรับโปรแกรมอัตโนมัติ ได้ 12 โปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น แบบ cardio, fat burn, endurance
+หน้าจอ LED ใช้งานงาน แสดง เวลา ระยะทาง ความเร็ว แคลลอรี่ และ อัตราการเต้นของหัวใจ
+แผงควบคุมใหญ่พิเศษ ใช้งานง่าย ชัดเจน มีปุ่ม quick speed ปุ่มลัดปรับความเร็ว
+มีระบบ safety ตัดการทำงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
+มีปุ่มปรับความเร็ว ได้ตามต้องการ
+ปรับความชันแบบ manual incline
+มีช่องเสียบ usb รองรับ ไฟล์ mp3
+มีช่องเสียบสัญญาณเสียงและสายต่อเข้ากับมือถือ
+มีปุ่มปรับ เพิ่ม/ลด เสียงเพลง
+มีที่วางเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ สำหรับ มือถือ, แทบเลต, หรือ หนังสือ
+มาพร้อมคู่มือและเครื่องมือ อธิบายวิธีการประกอบและวิธีการใช้งานชัดเจน
+ตัวเครื่องประกอบแบบสำเร็จรูป สามารถประกอบชิ้นส่วนที่เหลือได้อย่างง่ายได้

 

 

อันดับ 3

ลู่วิ่งไฟฟ้า HORIZON รุ่น ADVENTURE E ดีไซน์แข็งแรงทนทาน ให้ประสิทธิภาพการทำงานที่ดี โดดเด่นด้วย ระบบ การวัดอัตราการเต้นหัวใจ พร้อม หน้าจอ LED สำหรับแสดงผลการออกกำลังกายแบบ Real Time รวมถึงมีโปรแกรมการออกกำลังกายมากถึง 10 โปรแกรม มอบความเพลิดเพลินในการออกกำลังกายให้กับคุณ

รายละเอียดเพิ่มเติม
+จอ LED สีส้ม 3 จอ, 1 หน้าจอ แสดงรายการด้านหน้า มี Heartrate, เชื่อมต่อ Polar ได้ (อุปกรณ์วัดการเต้นหัวใจไร้สาย)
+การแสดงผล : เวลา, ความเร็ว, tension level, ระยะทาง, แคลอรี่, อัตราการเต้นหัวใจ,ขั้นตอน, target และ การฝึกฝน
+โปรแกรม : โปรแกรมออกกำลังกาย 10 โปรแกรม, รวมถึง 3 target mode (เวลา,ระยะทาง, แคลอรี่), 3 โหมดพื้นฐาน (Manual, intermittent, weight loss) และอัตราการเต้นหัวใจ
+มอเตอร์ : 2.0 CHP
+ความเร็ว : 0.8 – 18 km/h
+ความลาดเอียง : 0 – 10%
+พื้นที่ผ้ายาง : 140 x 50 cm.
+ความหนาผ้ายาง : 4 mm.
+ระบบ folding : light folding
+ความบันเทิง : audio input/output, streo speaker
+Heart Rate : โดยทางมือจับ
รับน้ำหนักสูงสุด : 125 kg.
ขณะใช้งาน : 180 x 86 x136 cm.
ขณะพับเก็บ : 121 x 86 x 151 cm.

คุณสมบัติพิเศษ : เมื่อเครื่องหยุดทำงานระยะหนึ่ง จะเข้าสู่โหมด SLEEP เพื่อประหยัดพลังงาน
ภายในติดตั้งลำโพง (audio stereo) ให้คุณสามารถออกกำลังกาย ไปพร้อมกับฟังเพลง ที่ชื่นชอบได้
มอเตอร์ประสิทธิภาพสูงและทนทาน มอเตอร์ของจอห์นสันที่ทำงาน เงียบ ทนทาน ได้รับความบันเทิงในการวิ่ง โดยไม่ต้องกังวลเรื่อง การดูแลรักษา
ดูดซับแรงกระแทก เพื่อประสบการณ์ในการออกกำลังกายได้เต็มที่ ที่ดีที่สุด

อันดับ 4

ลู่วิ่งไฟฟ้า รุ่น M8 12 โปรแกรม ปรับความชันด้วยไฟฟ้า สายพานกว้าง 46 ซม. 3แรงม้าพีค

+ความเร็วสูงสุด 16 กมต่อชม.
+ขนาดสายพานกว้างถึง 46 ซม.
+ปรับความชัน แบบ ไฟฟ้า
+มีระบบรองรับแรงกระแทก ด้วยโช้คสปริงคู่
+พับได้ กางออกด้วยโช้คไฮโดรลิก
+ปรับโปรแกรมอัตโนมัติ ได้ 12 โปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น แบบ cardio, fat burn, endurance
+หน้าจอ LED ใช้งานงาน แสดง เวลา ระยะทาง ความเร็ว แคลลอรี่ และ อัตราการเต้นของหัวใจ
+แผงควบคุมใหญ่พิเศษ ใช้งานง่าย ชัดเจน มีปุ่ม quick speed ปุ่มลัดปรับความเร็ว
+มีระบบ safety ตัดการทำงานเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
+มีปุ่มปรับความเร็ว ได้ตามต้องการ
+ปรับความชันแบบ ไฟฟ้า
+มีช่องเสียบ usb รองรับ ไฟล์ mp3
+มีช่องเสียบสัญญาณเสียงและสายต่อเข้ากับมือถือ
+มีปุ่มปรับ เพิ่ม/ลด เสียงเพลง
+มาพร้อมคู่มือและเครื่องมือ อธิบายวิธีการประกอบและวิธีการใช้งานชัดเจน
+ตัวเครื่องประกอบแบบสำเร็จรูป สามารถประกอบชิ้นส่วนที่เหลือได้อย่างง่ายได้

พื้นที่วิ่ง 1250x460mm
ขนาดบรรจุ 1740x820x380mm
น้ำหนักสินค้า 75 กก.
น้ำหนักรวมกล่อง 68 กก.
ความเร็วสูงสุด 16 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อันดับ 5

ลู่วิ่งไฟฟ้า Horizental  Adventure CL

คุณสมบัติ

  • มอเตอร์ 3.15 HP (Max Power) / ความต่อเนื่อง 2.25 CHP
  • สายพานขนาด 140 x 51 cm
  • ควาหนาสายพาน 1.4 mm
  • ความชัน 0 – 10%
  • ความเร็ว 0.8 – 18 กม./ชม.
  • โปรแกรม 9 โปรแกรม
  • หน้าจอ LCD 5″
  • คุณลักษณะพิเศษ Energy Saver Mode
  • การแสดงผล: เวลา ความเร็ว ความชัน ระยะทาง แคลลอรี่ หัวใจ
  • จุดวัดชีพจร เป็นแบบมือจับ
  • เชื่อมต่อ PASSPORT BOX ได้
  • รองรับการวัดชีพจรแบบไร้สาย Polar
  • ระบบรองรับแรงกระแทก Flex Tech Cushioning System ™
  • ลำโพงใหญ่คู่หน้า
  • รับน้ำหนักได้ 125 kg
  • ขนาดเครื่อง 180 x 86 x 136 cm
  • น้ำหนัก 85 kg